DAX Rock Rider

DAX Rock Rider

ไม่มีความเห็น
แด็ก-ฟีจ

DAX Rock Rider

ร็อคเกอร์ ไบเกอร์ นิยามของพี่ แด๊กซ์ ในปัจจุบัน อดีตนักร้องนำของวงดนตรีร็อคที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน ได้สนใจดนตรี ได้ฟังเพลง ร้องเพลงตาม มรสุมอันมากมายที่เกิดจากสิ่งที่แกทำและไม่ได้ทำ ทั้งข่าวดี ข่าวร้าย คำวิจารณ์ต่างๆ นาๆ สุดท้าย สิ่งที่ยังอยู่ก็คือตัวตนของพี่เขาเองนั่นแหล่ะ ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรกับเขา แด๊กซ์ ร็อคไรเดอร์ คือลูกผู้ชายที่กล้ายอมรับในสิ่งที่ตนทำไว้ แบกมันแล้วก้าวเดินต่อไป ในวันนี้ผลงานใหม่ของเขา ได้ออกมากับเพลง อย่าปล่อยมือฉันได้ไหม เราลองมาดูว่า ณ ตอนนี้ พี่แด๊กซ์ เป็นยังไงบ้าง เรามาคุยกับพี่เขากันครับ

ที่มาที่ไปของเพลง อย่าปล่อยมือฉันได้ไหม

แด๊กซ์ : เพลงนี้เป็นส่วนนึงของประสบการณ์หรือความรู้สึกที่ผมเคยเจอ โดยผมก็จะเป็นตัวแทนเล่าโดยผ่าน เนื้อหาที่มาจากฟองเบียร์ จริงๆ เพลงนี้ทำมานาน ก่อนจะออกกลับตัวกลับใจด้วยซ้ำ พอดูเนื้อหาดนตรี อารมณ์เพลงนี้มันไม่เหมาะกับใครบางคนที่หายไปนาน ยังไม่เหมาะเลยรอไว้ก่อน เพลงมันพูดถึงความรู้สึกของคนเคว้งคว้าง เรารู้สึกว่าจะทำยังไง ถึงจะได้กลับมา สุดท้ายก็คือแสงสว่างของจิตใจ กำลังใจนั่นแหละ ก็ว่ายกลับเข้าฝั่งดีกว่า ก็เอาเป็นความรู้สึกแบบนี้ยกออกมา ก่อนทำเพลงผมจะคุยกับฟองเบียร์ก่อน ซึ่งผมก็บอกว่ารุ่นกูนี่คงไม่ต้องเอาไปปั้นแต่งเรื่องอะไรแล้วล่ะ (หัวเราะ) เราไม่ได้อยากร้องเพลงที่เราไม่รู้สึกร่วมแล้ว ก็เอาสิ่งที่เคยเจอนั่นแหละ เขาก็บอกว่าพี่ก็เป็นตัวพี่แหละ ไม่ต้องไปปั้นอะไร รวมถึงดนตรีด้วย ดนตรีไม่ต้องหวือหวาอะไรมาก เรียบง่ายดิบๆ

ความยากง่ายในการทำเพลงนี้

แด๊กซ์ : จริงๆ ไม่ยากแล้วมันก็ไม่ได้ง่ายด้วย มันค่อนข้างเป็นไปตามธรรมชาติ ผมเลือกเก่งกับโอ่ง Ghost มาช่วยทำเพราะ ถ้าเพลงแบบนี้จะเข้ากัน มันมีกลิ่นอายของวงเก่าผม และความเป็นตัวเองอยู่ ก็เลยรบกวน 2 ท่านนี้สักหน่อย จริงๆ เพลงนี้ แป๊ะ (ต้น ซิลลี่ฟูลส์) ทำมาให้ก่อนด้วยนะ แต่พอเราเอามาฟังแล้วช่างน้ำหนักกันดู งั้นผมเลยเลือก เก่ง-โอ่งละกัน ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ ผมว่าเหมาะกับตัวเพลง กับตัวผมมากกว่า อัดร้องก็ไม่นานด้วย เราพอจะเข้าใจตัวเพลงอยู่แล้ว ก็ร้องจากสิ่งที่ได้ยิน แล้วก็ใส่ความเป็นตัวเองไป

เนื้อหา

แด๊กซ์ : เพลงนี้อยากให้เป็นตัวแทนของคนบางคน เวลาอยู่ตัวคนเดียวหรืออยู่ในเมืองใหญ่บางทีมันเคว้งนะ หรือคนเป็นโลกซึมเศร้า แต่ผมไม่ได้เป็นนะ (หัวเราะ) มันเป็นสิ่งที่บางคนไม่รู้ตัว เราอาจจะเห็นคนนี้อยู่กับเรา ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หรือเหงาแค่ไหน

MV

แด๊กซ์ : ก็ฟังเพลงเสร็จเราก็นึกถึงหน้าคนที่จะมาถ่ายทอด ความหล่อเรามันคงไม่ไหว (หัวเราะ) ก็อยากจะได้สัญลักษณ์แทนความเป็นผู้หญิง ก็คิดถึง น้องแพท ณปภา นี่แหละ ผมว่ายิ่งตัวเขาต้องเจอกับเรื่องที่ต้องฝ่าฟันด้วยตัวคนเดียวเนี่ย ผมว่ามันเข้ากันเลย ใช่เลย ทำไมผู้หญิงคนเดียวฝ่าฟันทุกอย่าง เขามีอะไรที่ผลักดันเขา สุดท้ายเขามีลูกชาย ที่ทำให้เขายืนหยัด มันก็เหมาะกับเนื้อเพลงเราพอดี แล้วไอ้เรื่องที่ตอนท้ายแฟนเพลงเซอร์ไพรส์ผมน่ะ อันนั้นก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา อันนั้นผู้กำกับอยากให้มันมี ตอนนั้นผมสั่งเบรกเลยนะ ด่าผู้กำกับด้วย มึงจะแกล้งกูทำไมเนี่ย (หัวเราะ) เขาให้ผมอินกับเพลงโดยให้อยู่กับเพลง ถ่ายให้นานที่สุดจนถึงเวลา ก็ให้น้องๆ ที่ตามดูผม พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ มาเซอร์ไพรส์ร้องเพลงให้ฟัง ซึ่งเพลงตอนนั้นคงยังไม่มีใครเคยได้ยินหรอก ก็ต้องขอบคุณที่เสียสละเวลาโดดงานกันมา (หัวเราะ) ผมพูดไม่ออกเลยนะ พวกเขาเป็นแรงผลักดันส่วนนึงให้ผมกลับมาทำงาน ซึ่งฟีดแบ็คเพลงนี้ก็ดีนะ แต่ว่าโซเชี่ยลเลขยอดวิวมันก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ทั้งหมด ผมเชื่อว่างานเพลงมันก็เหมือนสมัยโบราณ มันถูกปล่อยออกไป ในอากาศแล้วคนฟังรู้สึกดีกับมัน ผมว่ามันสมบูรณ์แล้วล่ะ เราได้เห็นคอมเมนต์ใน YouTube เรื่องราวต่างๆ ที่เขาเขียน ก็แสดงว่าเพลงมันก็เริ่มทำงานของมันแล้วความคาดหวัง

แด๊กซ์ : ก็ให้มันเป็นขั้นบันได้เพื่อให้ได้ทำเพลงกับ Me Records ต่อไป ผมว่าทุกเพลงมันเป็นขั้นบันได มันเป็นอารมณ์ต่อเนื่องกัน เพลงต่อไปอาจจะเป็นเพลงที่มีจังหวะขึ้น อาจจะไม่พูดเรื่องเดิมแล้ว

หลังจากนี้ จะเป็นอัลบั้มไหมครับ  

แด๊กซ์ : อัลบั้มคงไม่มีแล้วครับ ผมว่าเมืองไทยเราไม่เหมือนต่างประเทศ ตลาดเขากว้างกว่า ศิลปินยังทำอัลบั้มแล้วตัดเป็น Single ในอีกเวอร์ชั่นได้ แต่ของบ้านเราได้ครั้งเดียว คุณปล่อยเพลงเป็นอัลบั้มออกมาตัดโปรโมต ผมว่าเปลืองงบ เปลืองการผลิต แล้วการทำทีละเพลงมันเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เล่าได้ตลอด บางทีการทำอัลบั้ม 10 เพลง กว่าบางเพลงจะมาถึงคนฟัง มันก็เลยเวลาไปแล้ว ซึ่งพอเรามาฟังอีกที เฮ้ย! ที่เราคิด ที่เราเล่ามันใช่ตัวเรามั้ยวะ มันมีความรู้สึกแบบนี้อยู่นะ แต่ถ้าเป็นเพลงๆ ผมว่ามันสดกว่า ผมชอบยุคนี้มากกว่านะ ผมไม่ชอบเข้าห้องอัดนานๆ เป็นเดือนๆ สักเท่าไหร่

เป็นยังไงบ้างกับ Me Records หลังจากร่วมงานมาสักระยะ  

แด๊กซ์ : ก็เหมือนเดิมครับ ดี! มันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย เรามันอินดี้ๆ อยู่แล้ว ยิ่งอินดี้หนักกว่าเขาอีก (หัวเราะ) สบายๆ ยิ่งอยู่กับน้องๆ ทีมงานพวกซิลลี่ ผมค่อนข้างสบายใจนะ เพราะไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ ต้องแบกอะไรอีกแล้ว เราอยากทำก็ทำ ถ้าคนอยากฟังเราก็ทำให้ได้ มันไม่ต้องมีความกลัวอะไรอีกแล้ว

พี่แดกซ์เคยถอดใจแบบ เออ ไม่ร้องเพลงแล้ว หันหลังให้วงการดนตรีไหมครับ

แด๊กซ์ : เอาจริงๆ ผมก็ไม่เอาแล้วนะ พูดจริงๆ อย่างแรกผมเป็นนักร้องนำ ไม่ใช่นักร้องเดี่ยว ผมเป็นตัวแทนของกรุ๊ปๆ นึง เราไม่ใช่นักร้องเดี่ยวที่ยืนอยู่คนเดียวได้ ร้อง เต้น หน้าหล่อ ผมก็ไม่ใช่ พอมันอยู่คนเดียว มันไม่ได้หรอก ด้วยวัยอีก แล้วก่อนที่จะหันหลังให้วงการ ผมก็โดนด่าฉิบหายวายป่วง แล้วผมจะกลับมาทำไม (หัวเราะ) ใช่มั้ย จากสิ่งที่ผมร้องสมัยเด็กๆ ทำวงสนุกๆ ร้องเนื้อ ถูกผิดบ้าง มันเป็นความสุขแต่พอมันกลายมาเป็นอาชีพขึ้นมา การร้องเพลงกลายเป็นเหี้..อะไรไปแล้วเนี่ย กูร้องเพลงแต่คนมาด่าสิ่งที่กูร้องอะไรแบบนี้ มีหลายเรื่องที่ต้องช่างน้ำหนัก มีความคาดหวัง เราต้องแชร์ความรู้สึกอะไรได้แค่ไหน ก็รู้สึกว่าเฮ้ย มันไม่สนุกแล้วว่ะ ก็ไป (หัวเราะ) จนเรามาได้อยู่กับพวกซิลลี่ฟูลส์นี่ล่ะ คือผมอยู่ในอีกฐานะนึงแล้ว แค่ชอบขับรถกับหรั่ง ท่องเที่ยวเหมือนกัน ทำทีวี แต่คราวนี้พอเริ่มต้องเอาดนตรีเข้ามาเกี่ยว มันก็เริ่มกลับมาที่จุดเดิม บรรยากาศเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วฟองเบียร์ก็ตามจีบผมนะ แต่ผมก็บอกเขาว่าอย่าเลยเดี๋ยวทำมึงเจ๊ง (หัวเราะ) แต่สุดท้าย ฟองเบียร์มาถามจังหวะเดียวกับที่ซิลลี่ เขาก็ตกลงด้วย เอ้า มึงไป กูก็ไป (หัวเราะ) กลัวเหงาบอกตรงๆ เลย (หัวเราะ)Rider Music

แด๊กซ์ : เวลาผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ ผมก็จะนั่งฟังเพลง บางทีก็ฟังอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็เพลงตั้งแต่ที่เราชอบใหม่ๆ จนล่าสุด ช่วงหลังผมจะฟังพวกเพลงบิลบอร์ดมากกว่าเพลงร็อคด้วยซ้ำอย่างพวก Calvin Harris อะไรทำนองนี้ สุดท้ายผมก็เปิดเพลงให้มันมีสมาธิอยู่กับตัว

ฝากผลงาน

แด๊กซ์ : ต้องขอบคุณแฟนๆ ทีมงาน คนรอบข้าง ก็เพลงอย่าปล่อยมือฉันได้ไหม มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ผ่านมา เพื่อที่จะไปได้ก้าวต่อไป ยังไงฝากติดตามด้วยนะครับ

 

DAX Rock Rider

ร็อคเกอร์ ไบเกอร์ นิยามของพี่ แด๊กซ์ ในปัจจุบัน อดีตนักร้องนำของวงดนตรีร็อคที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน ได้สนใจดนตรี ได้ฟังเพลง ร้องเพลงตาม มรสุมอันมากมายที่เกิดจากสิ่งที่แกทำและไม่ได้ทำ ทั้งข่าวดี ข่าวร้าย คำวิจารณ์ต่างๆ นาๆ สุดท้าย สิ่งที่ยังอยู่ก็คือตัวตนของพี่เขาเองนั่นแหล่ะ ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรกับเขา แด๊กซ์ ร็อคไรเดอร์ คือลูกผู้ชายที่กล้ายอมรับในสิ่งที่ตนทำไว้ แบกมันแล้วก้าวเดินต่อไป ในวันนี้ผลงานใหม่ของเขา ได้ออกมากับเพลง อย่าปล่อยมือฉันได้ไหม เราลองมาดูว่า ณ ตอนนี้ พี่แด๊กซ์ เป็นยังไงบ้าง เรามาคุยกับพี่เขากันครับ

ที่มาที่ไปของเพลง อย่าปล่อยมือฉันได้ไหม

แด๊กซ์ : เพลงนี้เป็นส่วนนึงของประสบการณ์หรือความรู้สึกที่ผมเคยเจอ โดยผมก็จะเป็นตัวแทนเล่าโดยผ่าน เนื้อหาที่มาจากฟองเบียร์ จริงๆ เพลงนี้ทำมานาน ก่อนจะออกกลับตัวกลับใจด้วยซ้ำ พอดูเนื้อหาดนตรี อารมณ์เพลงนี้มันไม่เหมาะกับใครบางคนที่หายไปนาน ยังไม่เหมาะเลยรอไว้ก่อน เพลงมันพูดถึงความรู้สึกของคนเคว้งคว้าง เรารู้สึกว่าจะทำยังไง ถึงจะได้กลับมา สุดท้ายก็คือแสงสว่างของจิตใจ กำลังใจนั่นแหละ ก็ว่ายกลับเข้าฝั่งดีกว่า ก็เอาเป็นความรู้สึกแบบนี้ยกออกมา ก่อนทำเพลงผมจะคุยกับฟองเบียร์ก่อน ซึ่งผมก็บอกว่ารุ่นกูนี่คงไม่ต้องเอาไปปั้นแต่งเรื่องอะไรแล้วล่ะ (หัวเราะ) เราไม่ได้อยากร้องเพลงที่เราไม่รู้สึกร่วมแล้ว ก็เอาสิ่งที่เคยเจอนั่นแหละ เขาก็บอกว่าพี่ก็เป็นตัวพี่แหละ ไม่ต้องไปปั้นอะไร รวมถึงดนตรีด้วย ดนตรีไม่ต้องหวือหวาอะไรมาก เรียบง่ายดิบๆ

ความยากง่ายในการทำเพลงนี้

แด๊กซ์ : จริงๆ ไม่ยากแล้วมันก็ไม่ได้ง่ายด้วย มันค่อนข้างเป็นไปตามธรรมชาติ ผมเลือกเก่งกับโอ่ง Ghost มาช่วยทำเพราะ ถ้าเพลงแบบนี้จะเข้ากัน มันมีกลิ่นอายของวงเก่าผม และความเป็นตัวเองอยู่ ก็เลยรบกวน 2 ท่านนี้สักหน่อย จริงๆ เพลงนี้ แป๊ะ (ต้น ซิลลี่ฟูลส์) ทำมาให้ก่อนด้วยนะ แต่พอเราเอามาฟังแล้วช่างน้ำหนักกันดู งั้นผมเลยเลือก เก่ง-โอ่งละกัน ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ ผมว่าเหมาะกับตัวเพลง กับตัวผมมากกว่า อัดร้องก็ไม่นานด้วย เราพอจะเข้าใจตัวเพลงอยู่แล้ว ก็ร้องจากสิ่งที่ได้ยิน แล้วก็ใส่ความเป็นตัวเองไป

เนื้อหา

แด๊กซ์ : เพลงนี้อยากให้เป็นตัวแทนของคนบางคน เวลาอยู่ตัวคนเดียวหรืออยู่ในเมืองใหญ่บางทีมันเคว้งนะ หรือคนเป็นโลกซึมเศร้า แต่ผมไม่ได้เป็นนะ (หัวเราะ) มันเป็นสิ่งที่บางคนไม่รู้ตัว เราอาจจะเห็นคนนี้อยู่กับเรา ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หรือเหงาแค่ไหน

MV

แด๊กซ์ : ก็ฟังเพลงเสร็จเราก็นึกถึงหน้าคนที่จะมาถ่ายทอด ความหล่อเรามันคงไม่ไหว (หัวเราะ) ก็อยากจะได้สัญลักษณ์แทนความเป็นผู้หญิง ก็คิดถึง น้องแพท ณปภา นี่แหละ ผมว่ายิ่งตัวเขาต้องเจอกับเรื่องที่ต้องฝ่าฟันด้วยตัวคนเดียวเนี่ย ผมว่ามันเข้ากันเลย ใช่เลย ทำไมผู้หญิงคนเดียวฝ่าฟันทุกอย่าง เขามีอะไรที่ผลักดันเขา สุดท้ายเขามีลูกชาย ที่ทำให้เขายืนหยัด มันก็เหมาะกับเนื้อเพลงเราพอดี แล้วไอ้เรื่องที่ตอนท้ายแฟนเพลงเซอร์ไพรส์ผมน่ะ อันนั้นก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา อันนั้นผู้กำกับอยากให้มันมี ตอนนั้นผมสั่งเบรกเลยนะ ด่าผู้กำกับด้วย มึงจะแกล้งกูทำไมเนี่ย (หัวเราะ) เขาให้ผมอินกับเพลงโดยให้อยู่กับเพลง ถ่ายให้นานที่สุดจนถึงเวลา ก็ให้น้องๆ ที่ตามดูผม พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ มาเซอร์ไพรส์ร้องเพลงให้ฟัง ซึ่งเพลงตอนนั้นคงยังไม่มีใครเคยได้ยินหรอก ก็ต้องขอบคุณที่เสียสละเวลาโดดงานกันมา (หัวเราะ) ผมพูดไม่ออกเลยนะ พวกเขาเป็นแรงผลักดันส่วนนึงให้ผมกลับมาทำงาน ซึ่งฟีดแบ็คเพลงนี้ก็ดีนะ แต่ว่าโซเชี่ยลเลขยอดวิวมันก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ทั้งหมด ผมเชื่อว่างานเพลงมันก็เหมือนสมัยโบราณ มันถูกปล่อยออกไป ในอากาศแล้วคนฟังรู้สึกดีกับมัน ผมว่ามันสมบูรณ์แล้วล่ะ เราได้เห็นคอมเมนต์ใน YouTube เรื่องราวต่างๆ ที่เขาเขียน ก็แสดงว่าเพลงมันก็เริ่มทำงานของมันแล้วความคาดหวัง

แด๊กซ์ : ก็ให้มันเป็นขั้นบันได้เพื่อให้ได้ทำเพลงกับ Me Records ต่อไป ผมว่าทุกเพลงมันเป็นขั้นบันได มันเป็นอารมณ์ต่อเนื่องกัน เพลงต่อไปอาจจะเป็นเพลงที่มีจังหวะขึ้น อาจจะไม่พูดเรื่องเดิมแล้ว

หลังจากนี้ จะเป็นอัลบั้มไหมครับ  

แด๊กซ์ : อัลบั้มคงไม่มีแล้วครับ ผมว่าเมืองไทยเราไม่เหมือนต่างประเทศ ตลาดเขากว้างกว่า ศิลปินยังทำอัลบั้มแล้วตัดเป็น Single ในอีกเวอร์ชั่นได้ แต่ของบ้านเราได้ครั้งเดียว คุณปล่อยเพลงเป็นอัลบั้มออกมาตัดโปรโมต ผมว่าเปลืองงบ เปลืองการผลิต แล้วการทำทีละเพลงมันเปลี่ยนแปลงเรื่องที่เล่าได้ตลอด บางทีการทำอัลบั้ม 10 เพลง กว่าบางเพลงจะมาถึงคนฟัง มันก็เลยเวลาไปแล้ว ซึ่งพอเรามาฟังอีกที เฮ้ย! ที่เราคิด ที่เราเล่ามันใช่ตัวเรามั้ยวะ มันมีความรู้สึกแบบนี้อยู่นะ แต่ถ้าเป็นเพลงๆ ผมว่ามันสดกว่า ผมชอบยุคนี้มากกว่านะ ผมไม่ชอบเข้าห้องอัดนานๆ เป็นเดือนๆ สักเท่าไหร่

เป็นยังไงบ้างกับ Me Records หลังจากร่วมงานมาสักระยะ  

แด๊กซ์ : ก็เหมือนเดิมครับ ดี! มันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย เรามันอินดี้ๆ อยู่แล้ว ยิ่งอินดี้หนักกว่าเขาอีก (หัวเราะ) สบายๆ ยิ่งอยู่กับน้องๆ ทีมงานพวกซิลลี่ ผมค่อนข้างสบายใจนะ เพราะไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ ต้องแบกอะไรอีกแล้ว เราอยากทำก็ทำ ถ้าคนอยากฟังเราก็ทำให้ได้ มันไม่ต้องมีความกลัวอะไรอีกแล้ว

พี่แดกซ์เคยถอดใจแบบ เออ ไม่ร้องเพลงแล้ว หันหลังให้วงการดนตรีไหมครับ

แด๊กซ์ : เอาจริงๆ ผมก็ไม่เอาแล้วนะ พูดจริงๆ อย่างแรกผมเป็นนักร้องนำ ไม่ใช่นักร้องเดี่ยว ผมเป็นตัวแทนของกรุ๊ปๆ นึง เราไม่ใช่นักร้องเดี่ยวที่ยืนอยู่คนเดียวได้ ร้อง เต้น หน้าหล่อ ผมก็ไม่ใช่ พอมันอยู่คนเดียว มันไม่ได้หรอก ด้วยวัยอีก แล้วก่อนที่จะหันหลังให้วงการ ผมก็โดนด่าฉิบหายวายป่วง แล้วผมจะกลับมาทำไม (หัวเราะ) ใช่มั้ย จากสิ่งที่ผมร้องสมัยเด็กๆ ทำวงสนุกๆ ร้องเนื้อ ถูกผิดบ้าง มันเป็นความสุขแต่พอมันกลายมาเป็นอาชีพขึ้นมา การร้องเพลงกลายเป็นเหี้..อะไรไปแล้วเนี่ย กูร้องเพลงแต่คนมาด่าสิ่งที่กูร้องอะไรแบบนี้ มีหลายเรื่องที่ต้องช่างน้ำหนัก มีความคาดหวัง เราต้องแชร์ความรู้สึกอะไรได้แค่ไหน ก็รู้สึกว่าเฮ้ย มันไม่สนุกแล้วว่ะ ก็ไป (หัวเราะ) จนเรามาได้อยู่กับพวกซิลลี่ฟูลส์นี่ล่ะ คือผมอยู่ในอีกฐานะนึงแล้ว แค่ชอบขับรถกับหรั่ง ท่องเที่ยวเหมือนกัน ทำทีวี แต่คราวนี้พอเริ่มต้องเอาดนตรีเข้ามาเกี่ยว มันก็เริ่มกลับมาที่จุดเดิม บรรยากาศเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วฟองเบียร์ก็ตามจีบผมนะ แต่ผมก็บอกเขาว่าอย่าเลยเดี๋ยวทำมึงเจ๊ง (หัวเราะ) แต่สุดท้าย ฟองเบียร์มาถามจังหวะเดียวกับที่ซิลลี่ เขาก็ตกลงด้วย เอ้า มึงไป กูก็ไป (หัวเราะ) กลัวเหงาบอกตรงๆ เลย (หัวเราะ)Rider Music

แด๊กซ์ : เวลาผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ ผมก็จะนั่งฟังเพลง บางทีก็ฟังอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็เพลงตั้งแต่ที่เราชอบใหม่ๆ จนล่าสุด ช่วงหลังผมจะฟังพวกเพลงบิลบอร์ดมากกว่าเพลงร็อคด้วยซ้ำอย่างพวก Calvin Harris อะไรทำนองนี้ สุดท้ายผมก็เปิดเพลงให้มันมีสมาธิอยู่กับตัว

ฝากผลงาน

แด๊กซ์ : ต้องขอบคุณแฟนๆ ทีมงาน คนรอบข้าง ก็เพลงอย่าปล่อยมือฉันได้ไหม มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ผ่านมา เพื่อที่จะไปได้ก้าวต่อไป ยังไงฝากติดตามด้วยนะครับ