นภ พรชำนิ นักร้องเสียงนุ่ม อบอุ่น โรแมนติก ในสำเนียงการร้อง ดนตรีที่ละเอียด ละเมียด คุณสมบัติที่ชัดเจนนี้ ในวงการดนตรีบ้านเราจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “นภ พรชำนิ” ศิลปินเพลงรักที่คร่ำหวอดในวงการเพลงมากว่า 20 ปี ตั้งแต่วันแรก ความโรแมนติกยังคงตลบอบอวล ไม่ว่าเขาจะร้องเพลงในสไตล์ไหน จะร็อคกับ P.O.P หรือป็อปกับโปรเจ็กต์ของบอย โกสิยพงษ์ เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ส่งผ่านความอบอุ่น ของเพลงนั้นๆ ประทับใจผู้ฟังมาช้านาน แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผลงานเดี่ยวของเขา ในนาม นภ พรชำนิ ไม่ได้ออกมาสู่สาธารณชนเป็นเวลากว่า 12 ปี จนในที่สุด หนุ่มโรแมนติกผู้นี้ก็ได้ตกผลึกมีผลงานใหม่ออกมาจนได้ วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเขาให้หายคิดถึงกัน
12 ปีกับผลงานที่หายไป
นภ : ผมห่างหายจากการทำงานเพลงไปด้วยเหตุผลหลายอย่าง ที่หลักๆ เลยเพราะเรื่องครอบครัว ผมแต่งงานแล้วไปอยู่กับครอบครัวที่อเมริกา โฟกัสของผมไปอยู่ที่ครอบครัว ก็เลยไม่มี Input ในหัวเลย การทำงานเพลงมันดึงเวลาส่วนตัวเราไปเกินครึ่งเลยนะ ก็เลยหยุดไปก่อน แต่คราวนี้พอไปอเมริกา เราได้เห็นอะไรมากมาย มันเป็นวิถีชีวิต เราอยู่ที่โน่นเหมือนกับเราได้อยู่กับตัวเอง ไม่ต้องมานั่งฟังเรื่องกอสซิปอะไร ได้ยินความคิดคนอื่นมากมาย เราเลยได้เก็บข้อมูลจากที่นั่นมากมาย จนกระทั่งมีจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะทำงานใหม่คือผมมีโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า A Smiling Moment With นภ พรชำนิ งานนี้เป็นงานที่ผมอยากเล่นแบบการกุศลไม่รับจ้าง มายิ้มกัน ผมเริ่มทำเล็กๆ เมื่อ 3-4 ปี ที่แล้วไปเล่นที่ต่างจังหวัด ทำให้เรารู้สึกว่าเพลงที่ผมร้องในงานของ นภ พรชำนิ มันรีแลกซ์นะ ผมร้องเพลงอะไรไปเรื่อย มันกลายเป็นว่าเราเจอตัวเอง นี่คือสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดี ผมร้องเพลงไป หัวเราะไป แซวคนดู ผมรู้สึกว่าเรามีสิ่งนี้อยู่ แล้วยังไม่ได้ทำ ก็เลยเริ่มต้นเขียนเพลงในปี 2016 แล้วพอ P.O.P ไม่ต้องเซ็นสัญญา ผมก็เริ่มเลยตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว เริ่มเขียนเพลง ซึ่งจากโปรเจ็กต์ ที่ผมทำมันมีคำเกี่ยวกับรอยยิ้ม การยิ้ม ผมเลยเอาคำนี้มาใช้ในงานใหม่ที่ชื่อ Singing It With Smile การร้องเพลงไปยิ้มไป ตอนนี้ตัวเพลงเราเรียบเรียงเสร็จแล้ว จากช่วง 2 ปีนี้ ก็จะได้เห็นเพลงของผม ที่มีทั้งเพลงเก่าที่เรียบเรียง และเพลงใหม่ ทำให้โปรเจ็กต์นี้ ยิ้มอย่างเบิกบาน เหมาะสมกับทุกสถานที่ และสามารถจ้างวงเราไปเล่นได้ (หัวเราะ)
แรงบันดาลใจของเพลงใหม่
นภ : เพลงที่น่าจะได้ฟังกันไปแล้วคือเพลง “หมุนตามเธอไป” ความตั้งใจคืออยากให้มีความรู้สึกเหมือน ตอนที่ทำเบเกอรี่ มิวสิค อยากดึงความประทับใจของการทำเพลงกลับมาใหม่ อยากให้เพลงเป็นตัวเล่าเรื่องและสร้างจินตนาการให้กับคนฟังได้อีกครั้งนึง ผมดีไซน์เพลงให้เล่าเรื่องด้วยตัวมันเอง อยากดึงจินตนาการของคนฟังกลับมา เพราะตอนนี้เราถูกทุกอย่างครอบงำความคิดเราไปหมดแล้ว ในฐานะที่เราเป็นนักแต่งเพลง เพราะฉะนั้นเพลงนี้เราอยากให้ทุกคนใช้เวลากับมัน อาจจะได้เจอกับอะไรบางอย่างกับการฟังเพลงเพลงนี้
การทำงาน
นภ : เพลงนี้แต่งไม่ยาก แต่ยากตรงที่มิกซ์ เพราะเครื่องมันเยอะ จะจัดยังไงให้ Brass Section เป็นพระเอกให้ได้ ผมพยายามอะเร้นจ์ ให้มีฐานเป็นป็อป แต่พอถึงช่วงโซโล่ก็จะเป็นการเล่น Brass Section ในสไตล์ Big Band ทำให้คนนึกภาพขององค์ประกอบดนตรีและโชว์เราได้เลย เพื่อให้คนคิดว่าเราไม่ได้เป็น Jazz แบบเต็มๆ เรามีความเป็น Pop อยู่ด้วย อัลบั้มนี้ด้วยความที่ผมเป็นโปรดิวเซอร์เอง ผมลงไปถึงขั้นดูการมิกซ์เองเลยนะ ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ได้ตามที่เราต้องการ ตอนแรกก็ไม่มั่นใจนะ แต่พอฟังแล้วสรุปว่าเราชอบเลย ผมแก้ไป 50 รอบ สงสารคนมิกซ์เหมือนกัน (หัวเราะ) นี่เพลงเดียวนะ!!
11 ผู้เล่นตัวจริง
นภ : พอเราเริ่มทำเพลงนี้ก็เลยอยากได้องค์ประกอบใหม่ จากเดิมที่มี Brass Section จาก 4 ชิ้นก็เป็น 6 ชิ้น รวมเป็นทั้งหมด 11 คน ใช้ชื่อวง The Groovetomatix-11ดังนั้นเพลงทั้งหมดจะถูกนำเสนอโดยวงนี้ ใช้วงนี้เป็นหลัก เป็นในลักษณะ Half Big Band เราได้ไปโชว์บ้างแล้วก็สนุกมาก เริ่มเข้าขา แต่ผมจะขอหยุดไว้ที่ 11 ชิ้นก่อน แล้วค่อยขยายเพิ่มทีหลัง คือผมมีความตั้งใจจะทำเป็น Big Band โชว์เลย ซึ่งตัวผมก็ปรับตัวไม่ยากนะ แต่มันจะยากตอนทำเพลง อัดเสียง อะไรแบบนี้มากกวา ผมว่าเพลง “หมุนตามเธอไป” มันบาลานว์พอดีระหว่างความเป็น Jazz กับ Pop ผมเป็นองค์ประกอบนึงในงานนี้เป็นแค่เมโลดี้ร้อง ทุกคนสำคัญกับวงทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นมันจะยากตรงที่ดีไซน์ให้เข้ากับโชว์มากกว่า
Base On Jazz
นภ : ก่อนหน้านี้ผมทำดนตรีมาทุกสไตล์แล้ว Pop หรือ R&B Soul ใน บอย นภ ทำ Rock กับ P.O.P คราวนี้มันมีอีกอันนึงที่เราไปแง้มดู ว่ายังเหลืออะไรที่ยังไม่ได้ทำ ก็เลยไปเจอ Jazz แต่ว่าถ้ากระโดดเข้าไปในประตูนี้ มันจะมีสไตล์ให้เลือกเยอะ ตั้ง Be Bop ยัน Fusion ไม่ไหวแน่ ก็เลยต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ เลยคิดว่างั้นขอดึงมาใช้สักนิดก็แล้วกัน ขอให้ฐานมันเป็นเพลง Pop แต่เราจะเอาบางส่วนที่มีกลิ่นของ Jazz เชิญอาจารย์ที่เก่งด้านนี้มาเล่นด้วย นี่คือความตั้งใจที่จะทำ และจะทำให้งานของผมแตกต่างไปจากเดิม เพราะฉะนั้นจะได้ฟังเพลง Pop ที่มีพวก Tension และไลน์แบบ Jazz ผสมอยู่ซึ่งต่างจากงานที่ผมเคยทำมาเลย มันจะลุ่มลึกกว่าเดิมเล็กน้อย

ความคาดหวัง ในเพลงนี้
นภ : อยากให้แฟนเพลงได้ยินเพลงนี้ ให้ได้ฟังและอยู่กับตัวเอง ผมเขียนเพลงนี้ให้คนที่มีประสบการณ์แบบ “หมุนตามเธอไป” เป็นเพลงนี้เป็นเรื่องแต่ง ผมอยากเขียนเพลงให้คนที่ไปหลงรักใครสักคน แต่เราจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปรักใครคงจะไม่ได้ เพราะความรักมันเกิดไปแล้วโดยที่ไม่รู้ตัว บางทีตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาเจออีกครั้งทำไมเรารู้สึกรักเขาจัง ของพวกนี้เป็นสิ่งที่โรแมนติกมากรู้มั้ย แต่ว่าคำตอบมันไม่ได้ลงเอยเหมือนกันทุกครั้ง บางคนโชคดีแฮปปี้เอนด์ดิ้ง แต่อาจจะเป็นแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ อีก 99 เปอร์เซ็นต์ อาจจะเจอคนที่ใช่แล้วแต่รักกันไม่ได้ เจอกันช้าเกินไป ผมแต่งเพลงให้กับคนเหล่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้โชคดีและลอยหมุนตามเธอไป อย่างไม่มีจุดหมาย
ชีวิตศิลปินในโลกโซเชี่ยล ยุคปัจจุบัน
นภ : ก็ไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่ ผมสามารถบาลานซ์เรื่องส่วนตัวกับงานได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้คือเรื่องการขายงาน มันเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ตรงนี้เราคุมไม่ได้ แต่เราควบคุมคุณภาพผลงานของเราได้ แล้วผลงานเราจะเจ๋งพอที่จะทำให้คนออกจากบ้านมาดูหรือไม่ เราต้องทำให้ดีที่สุด ให้คุ้มกับทุกคนที่มารอ แล้วสุดท้ายเขาจะไปซื้อผลงานผมทางไหน ผมคุมไม่ได้อยู่แล้ว แต่แน่นอน ผมโตมากับยุค Physical ผมก็ยังอยากให้คนมีปฏิสัมพันธ์กับเรา อยากทำซีดีมาเซ็นชื่อ ได้มาเจอกัน ได้มาแสดงให้เห็นว่ามาซัพพอร์ตความคิดเรานะ เพราะฉะนั้นเราต้องเคารพคนฟังให้มากที่สุด จะมาทำงานแบบทุเรศๆ ไม่ได้ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนด่า หายไป 12 ปี ได้เท่านี้เหรอวะ (หัวเราะ) เสียหมดไม่ได้ๆ เพราะฉะนั้นเราต้องทำงานให้ดีที่สุด จะได้เป็นตัวอย่างให้เด็กๆ ด้วย ได้เห็นว่ายังมีทางไปกันได้
“Best Moment ของ นภ พรชำนิ”
เศรษฐา ศิระฉายา และเพลงเหมือนเคย
จริงๆ มีเรื่องที่ผมเล่าบ่อยก็คือในอัลบั้ม Million Ways To Love Part 1 มันมีหลาย Moment มากที่มีค่าต่อตัวผมเอง โดยเฉพาะการเชิญพี่ต้อย เศรษฐา มาร้อง ส่วนตัวผมไม่ได้รู้จักแกแบบส่วนตัว แต่ผมรู้จักกับน้องอีฟลูกสาวแก ซึ่งตอนแรกเพลงนี้ ถูกร้องโดยบอย ตรัย ร้องอัดเสร็จแล้ว แต่พอผมฟังกับพี่บอย โก ผมว่ามันยังขาดอยู่ เพลงนี้ต้องเป็นเพลงของคนที่ผ่านโลกมาแล้ว ก็เลยปิ๊งไอเดียเป็นพี่ต้อย ก็ส่งเพลงให้น้องอีฟไปบิวท์คุณพ่อ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่คีย์เข้ากับแกด้วย ซึ่งแกก็ตอบรับมาร้อง แต่มีข้อแม้ว่าว่าง 7 โมงเช้าถึง 10 โมง เราก็ตอบตกลง นัดแนะอัดกัน ผมบอกอีฟเลยว่า 7 โมงเช้าก็ได้ เดี๋ยวผมมานั่งเฝ้าสตูดิโอรอ วันรุ่งขึ้น พี่ดันไปสาย (หัวเราะ) ก็ไม่ได้สายมากนะ 15 นาที โดยประมาณ มาถึงเห็นแกนั่งขัดสมาธิ อยู่กับพื้นนั่งท่องเนื้อเพลงอยู่ สักพักพี่บอยก็ตามมา มาสายกว่าผมอีก (หัวเราะ) ก็นัดแนะกันว่าให้แกร้องยังไง ซึ่งแกก็รู้อยู่แล้วล่ะ แต่แกมีข้อแม้ว่า แกขอร้องตรงๆ นะ ไม่ Adlib ไม่มีท่อน ฮู ฮา ผมก็ยังไงก็ได้ครับ (หัวเราะ) อัดแค่ชั่วโมงเดียว เสร็จไวมาก คราวนี้พี่บอย ก็อยากขอให้แก พูดท่อนเนื้อตอนโซโล่ เทคเดียวอยู่เลย โอโห ขอหยาบเลย แม่งแบบสุดตรีนมาก (หัวเราะ) แล้วเพลงนี้เปลี่ยนวงการเลยนะ ทำให้คนยุคเก่ารู้จักพวกเรา รู้จักพี่บอย ผ่านเสียงอาต้อย ไม่งั้นพวกเราไม่มีทางทำเพลงถึงผู้ใหญ่แน่ พี่บอยเชื่อในพระเจ้า พี่บอยเชื่อว่านี่คือสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้ ซึ่งผมยกให้เป็น Best Moment ของผมเลย
เพลง ไม่มี ของ P.O.P
คอนเสิร์ต Party Of The Bakerian คอนเสิร์ตนี้จัดที่ Impact 2 รอบ รอบแรกจะตึงเครียดหน่อย เนื่องจากวันนั้นคนมาเยอะ แล้วปรากฏว่าสัญญาณโทรศัพท์มันมากวนกัน ทำให้แบ็กสเตจกับฟรอนท์สเตจสื่อสารกันไม่ได้ รันคิวไม่ได้ ซึ่งพี่ไม่รู้เรื่องเลย แต่รู้สึกว่า เอ๊ะ! ทำไมมันเลทจัง แล้วได้ยินเสียงคนเริ่มโห่ แล้ว เริ่มไม่แฮปปี้ เพราะมันเลทมา ชั่วโมงกว่า ก็เลยเครียดพอสมควร คอนเสิร์ตนี้ยาว 3 ชั่วโมงกว่า คราวนี้พองานเริ่มไปสักพัก คนดูตอบสนองดี ทำให้เรารู้สึกเริ่มผ่อนคลาย แฟนๆ เริ่มเติมพลังให้พวกเรา จนเราหลุดจากความเครียด พ้นจากภวังค์ที่เราเครียด มีแขกรับเชิญเยอะมาก จนมาถึงช่วงที่มาร้องเพลง “ไม่มี” ซึ่งเป็นเพลงสุดท้าย ซีนของผมคือจะต้องร้องเพลงนี้แล้วขึ้นไปโบกมือลาคนดู ผมบอกได้เลยว่านั่นเป็นเพลง “ไม่มี” ที่ผมรู้สึกเลยว่าร้องได้ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ผมไม่มีทางร้องเพลงนี้ได้ดีเท่าวันนั้นได้อีกแล้ว เพลงนี้คือเพลงแรกที่ทำให้คนได้รู้จักเสียงของผม จนมาถึงทุกวันนี้ นี่เป็น Best Moment ของผม กับ P.O.P ครับ
ฝากผลงาน
นภ : ตัวผมมองตัวเองว่าเป็นคนเบื้องหลังเสมอ ไม่ใช่คนเบื้องหน้า แล้วถ้าเป็นคนเบื้องหลังแล้วได้มีโอกาสทำงานโซโล่แบบนี้ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะวันนึงผมจะกลับไปอยู่ที่ วันนี้ผมมากับ Groovetomatix-11 ทุกๆ ที่ที่คุณได้เจอผม สามารถทักทายได้เลย เราอาจจะมีโอกาสสั้นมากที่ได้เจอกัน เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรอยากแลกเปลี่ยน อยากบอกเดินมาได้เลยครับ เราจะได้มีกันและกันแบบนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ (หัวเราะ)
ขอขอบคุณ : เหวิน Loveis ที่อำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ครับ




































