
Story :
Boss คือชื่อของแบรนด์เอฟเฟ็กต์ระดับโลกเสมอมา ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องพวกนี้ ด้วยความไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ พวกเขาได้ผลิตเอฟเฟ็กต์ มารับใช้พวกเรามาช้านาน แต่ในวันเวลาที่ผ่านมาในรอบ 4-5 ปี พวกเขาไม่ใช่ไม่มีคู่แข่ง สำหรับคนที่ติดตามวงการเอฟเฟ็กต์ จะต้องรู้เรื่องของ Multi Effect War อยู่แล้ว ใช่การแข่งขันที่สูงลิบในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถทำให้ Boss อยู่เฉยได้
About :
ก็เป็นเวลานานเหมือนกัน หลังจากที่ Boss ปล่อย GT-100 จากนั้นมาในวงการก็ขยับขยาย อย่างคึกคัก จนดูเหมือนว่า Boss จะถูกเบียดออกจากสนามแข่ง แต่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Boss ทำการประกาศครั้งยิ่งใหญ่ ที่สร้างความสนใจให้กับบรรดามือกีตาร์ เมื่อ GT-1000 ได้ปรากฏโฉมออกมา การหายไปนาน แล้วกลับมาพร้อมของใหม่แบบนี้มีเหรอที่มือกีตาร์ทั้งหลายจะไม่สนใจ และนี่คือการกลับมาทวงบัลลังก์ของพวกเค้ากับ Boss GT-1000

Spec :
สเปกคร่าวๆ มีหน้าจอ Display ปุ่ม Knob ทั้ง 6 ปุ่ม ไว้ปรับค่าต่างๆ ปุ่มกดเลือก Function ต่าง จะเขียนว่า Effect, Menu, Exit, Write ถัดไปเป็นปุ่มหมุน ปรับค่า Output Level จากนั้นจะเป็น SW/EXP1 ก็ปุ่มแสดงสถานะเปิด-ปิดของ Footswitch ที่มากับตัวเอฟเฟ็กต์ ปุ่มเหยียบ เลือกจะมีปุ่มเลือก Bank Down Up จากนั้นจะเป็น CTL1, CTL2, CtL3 ด้านล่างจะมีปุ่มกดอีก 5 ปุ่ม ภาค Output ด้านหลัง จะประกอบด้วย Input กีตาร์ ถัดมาเป็น Main Output ที่ออกซ้ายขวา ถัดมาเป็น Phones จากนั้นเป็น Send Return 1-2 รวมเป็น 4 ช่องจากนั้นจะเป็น Sub Output เอาไว้ต่อ ออก Mixer หรือ PA System (เป็นสายแบบ XLR) ถัดมาจะเป็นช่องต่อ EXP2 (CTL4/5), EXP3 (CTL6/7) ถัดมาจะเป็น Amp CTL 1, 2 ถัดมาก็จะเป็นช่อง USB, ช่องต่อ Midi Control อีก 2 ช่อง ปุ่มเปิด-ปิด ช่องอะแด็ปเตอร์ (ต้องใช้ของ Roland เฉพาะตัวนี้ ตรงนี้จะมีที่ล็อคสายของอะแด็ปเตอร์ด้วย) จากนั้นจะเป็น Ground Terminal
Outside :
รูปแบบภายนอกอาจจะดูไม่หวือหวามาก แล้วก็ดูเรียบง่าย ก็ดูเป็นมาตรฐานของ Multi Effect ยุคนี้ ปุ่มปรับก็ดูแข็งแรงดี น่าจะทนแรงเหยียบได้ดีแน่นอน (Boss ทดสอบพวกปุ่มเหยียบ โดยการมีเครื่องช่วยทดสอบ โดยผลคือต้องเหยียบล้านครั้ง ปุ่มถึงจะพัง!!!) รวมถึง Footswitch ที่ติดมาดูแข็งแรงมาก
Work :
การทำงานเลยเมื่อเราเสียบกีตาร์เปิด Power เป็นที่เรียบร้อย เราจะต้องเลือกที่จะเซ็ตค่าต่างๆ จาก 2 ปุ่มก็คือ Effect และ Menu ถ้าเลือก Effect จะเป็นการเซ็ตเสียง Amp Effect ต่างๆ ซึ่งจะขึ้นเป็นรูปบล็อก และ Signal Chain เราจะใช้ปุ่ม Knob ปุ่มที่ 6 ในการหมุน เลือก ขยับ บล็อก ที่จะปรับใน Signal Chain ส่วน ปุ่ม Knob อีก 5 ปุ่มจะใช้ในการปรับค่า Parameter ต่างๆ ใน Effect Amp ในแต่ละบล็อก ส่วนใน Menu เราจะเลือกการตั้งค่าต่างๆ ในส่วนที่เป็น Control Assign, In/Out Setting, Play Option, Midi, Hardware Setting และ Factory Preset ได้ ในส่วนของ Tuner Boss GT-1000 จะมีให้เลือก โดยกดปุ่ม CTL3 ค้างไว้ สามารถเลือกว่าจะใช้แบบ Mode ปกติ หรือ เราจะใช้แบบ Polytune แบบดร็อปสายก็ได้ เราสามารถ Preset ได้ 2 Patch คือ User Patch (ตั้งแต่ U01-1 ถึง U50-5 ตรงนี้เราจะสามารถเซ็ตค่าต่างๆ แล้วเซฟทับได้ แต่ถ้าเป็น P01-1 ถึง P50-50 จะเป็น Preset ของโรงงาน) เราสามารถเปลี่ยน ชื่อเซฟค่าต่างๆ รวมถึงแสดงค่า Input, Send Return, CMP, สถานะของ Bluetooth ต่างๆ ได้ นอกจากนั้นสำหรับคนที่อยากมองเป็นแบบ Stompbox สามารถเซ็ตแต่ละ Patch ให้เป็นแบบ Stompbox ได้ โดยเลื่อนปุ่ม Page แล้วเลือกที่ Menu Stompbox ใน Patch นั้นจะกลายเป็นการปรับ ค่าแบบ Stompbox Effect ไป สามารถเซฟเปลี่ยนชื่อได้ ตัว GT-1000 สามารถ ใช้งานเป็น Audio Interface ได้ด้วย (อย่าลืมลง Driver กันก่อนนะ ลองดูใน www.Boss.info/Support) นอกจากนั้นเราสามารถโหลด Preset ต่างๆ ซาวด์จากศิลปินลง Patch รวมถึง Backup ข้อมูล ได้จาก Bosstonecentral.com
Outstanding :
จุดเด่นของเจ้าตัวนี้แน่นอน มันคือสิ่งที่ Boss ได้คุยไว้ ว่าระบบของเขา เป็น AIRD และประมวลผลเป็น 32 Bit/96Khz ซึ่งปกติชาวบ้านชาวช่องเขามี 24 Bit แล้วมันดีอย่างไร ที่เห็นๆ เลยคือไดนามิก ต่างๆ พูดแบบง่ายๆ เลย เสียง เอฟเฟ็กต์ จำลองแอมป์ ต่างๆ ดีขึ้น คือปกติ 24 Bit ก็ใกล้เคียงของจริงแล้ว แต่พอ 32 Bit สิ่งที่เพิ่มเลยไดนามิกที่มากขึ้น ควบคุมดังเบาตอบสนองตามมือมากๆ เสียงต่างๆ ดูมีเนื้อมีน้ำ Headroom ก็มีมากขึ้น ในภาคเอฟเฟ็กต์ถ้าเราลองเล่นพวกภาค Modulation ด้วยการต่อ แบบ Stereo จะเห็นภาพเลย เสียง Modulation ทั้งหลายเจ๋งมาก รวมถึงมีภาค Acoustic Sim ที่ดีมาก ความหลากหลายของเอฟเฟ็กต์ ก็เยอะ ด้านภาค In Out ก็มีจุดเด่นๆ อย่างการที่สามารถทำ Global EQ แยกกันได้ ใน Main Output และ Sub Output น้ำหนักเบา เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ ไม่กระตุก (ถ้าไม่ใช้เสียงเอฟเฟ็กต์เยอะมากเกินไป) ในภาค Tuner ก็เด็ดไม่แพ้กัน สามารถตั้งเป็น Polytune ได้ สามารถตั้งได้ทั้ง 6-7 สาย สามารถสั่งงานได้หลากหลาย โหลด IR ได้ด้วย
Matching-Require :
กีตาร์อะไรก็ได้เลย แต่สำหรับคนที่เล่นพวก Full Range มอนิเตอร์ ใครที่ทำงานในภาคอัดเสียง ไอ้คำว่า 32 Bit/96Khz ตรงนี้เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เสียงกีตาร์ที่ได้น่าจะฟังดู มีน้ำหนัก มากขึ้น น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องใช้แอมป์ หรือต่อเข้ามิกซ์ เพราะมีภาค Global EQ แยกตรง Main และ Sub Out ได้ด้วย
Lost :
สิ่งที่หลายคนอาจจตะหงิดๆ ก็คือ ภาค Input Output ที่อาจจะน้อยไปสำหรับบางคน (นี่ยังน้อยอีกเหรอ) แล้วก็การเลือกบล็อกใน Signal Chain อาจจะไม่ได้อิสระมาก (แต่จริงๆ ถ้าไม่ใช่มือกีตาร์สายทดลองบ้าเลือด ก็พอไม่รู้จะพอยังไงแล้ว) แล้วก็ภาค Modulation ที่เผื่อคนที่ชอบ ความไม่สมบูรณ์แบบ สไตล์ Vintage ตัว GT-1000 มันคมชัดมาก อาจจะไม่ชอบ แล้วก็ภาคเสียงแตก คือถ้าเอาแตกแบบโคตร High Gain ก็พูดตรงๆ ว่ายังไม่สะใจท่านๆ จริงๆ ที่ว่ามามันจะเป็นข้อเสียก็คงไม่ได้ เพราะเอาเท่าที่จำเป็นก็ค่อนข้างพอเหมาะเต็มสตรีมแล้ว ตรงนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมแล้วล่ะ
Level To Use : การใช้งานไม่ยากเกินไป เข้าใจง่าย ใช้เวลาหน่อย ติดปีกเลย
Made For : มือกีตาร์ทุกสไตล์ เลยครับท่าน
Quality : ***** ถ้าเปรียบเทียบกับราคา ความสะดวก เสียง และการพัฒนาจาก GT-100
Price : 32,000 ราคากำลังดี (สั่งช่วงนี้อาจจะต้องรอหน่อย)
Contact : ธีระมิวสิค ปิ่นเกล้า 0-2424-8988 / Music City เซ็นทรัลพระรามเก้า 0-2108-3129 / Music City เซ็นทรัลเวสต์เกต 0-2108-8998




































