ถ้าทุกท่านได้เคยไปนั่งจิบเครื่องดื่มตามร้านต่างๆ เวลาเราเห็นคนเล่นโฟล์คซอง เชื่อว่าหนึ่งในลิสต์รายชื่อของเพลงที่นักดนตรีในร้านนั้นเล่นจะต้องมีชื่อเพลง “เหตุเกิดจากความเหงา” เป็นแน่แท้ นี่คือเพลงฮิตจากวงดนตรีที่ชื่อว่า Emotion Town แน่นอนทุกคนรู้จักเพลง แต่โดยส่วนใหญ่ไม่มีค่อยคุ้นเคยกับหน้าตาคนร้อง และวงนี้ก็หายไปนานมากจนอยู่ๆ ก็กลับมาอีกครั้งกับเพลงใหม่ เราคงปล่อยโอกาสตรงนี้ไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะไม่รู้จักพี่ๆ เขาไปตลอดกาล กับ 2 หนุ่มรุ่นกลาง “วิน กวิน ชูกิจเกษม และแอ๊นท์ พีรพงศ์ เฉลิมโยธิน” จาก Emotion Town และชีวิตดนตรี บนเหตุที่เกิดจากความเหงา
ชั่วโมงเศร้า
Emotion Town : เพลงนี้เกิดจากเรื่องจริงของเพื่อนของพวกเรา เป็นเพื่อนพี่วิน คือเพื่อนเราเนี่ยคบกับผู้หญิงคนนึงมา 3 ปี ก็ค่อนข้างสม่ำเสมอ สวัสดีตอนเช้า กู๊ดไนท์ทุกคืน จนวันนึงผู้หญิงบอกว่าเบื่อ อยากเปลี่ยน ซึ่งผู้ชายก็ไม่ยื้อนะ ก็ยอมแยกกันเพื่อให้ผู้หญิงมีความสุข แต่ก็ยังรอว่าเขาจะเปลี่ยนใจไหม ยังเป็นห่วงตลอด พี่วินก็เลยเอามาเขียนเป็นเพลง ซึ่งบทสรุปเพลงนี้มันอยู่ท่อน Bridge “ใจคนที่ต้องเปลี่ยน ก็ไม่รู้ห้ามยังไง ห้ามฟ้าไม่ให้เปลี่ยนสี ค่อยคิดจะห้ามใครไม่ให้เปลี่ยนใจ” เราก็บอกว่าไปห้ามฟ้าไม่ให้เปลี่ยนสีให้ได้ก่อนเถอะ ก่อนจะไปเปลี่ยนใจใคร สุดท้ายผู้หญิงก็ไปแต่งงานแล้ว Sad Ending (หัวเราะ) ส่วนภาคการทำงานคือเพลงนี้เป็นเพลงใหม่ของเรา ซึ่งในยุคนี้เพลงมันจะติด Rap หน่อย ซึ่งถ้าให้พวกเราไปร้องน่าจะไม่รอด เราก็เลยทำตามธรรมชาติของเรา ก็ได้พี่หยก ครองพล สุทธิสานนท์ โปรดิวเซอร์เพลงเหตุเกิดจากความเหงา นี่แหละมาช่วยเหมือนเดิม ซึ่งเราก็มาทำกันเองแล้วไม่ได้ออกกับค่ายไหน ซึ่งพอเพลงเสร็จเราก็แฮปปี้นะ ส่วนตัวพวกเราค่อนข้างชอบ

เหตุเกิดจากความ….ชอบ
แอ๊นท์ : เรื่องดนตรีของผมนี่มันเหมือนเราเจอตั้งแต่มัธยม คือเราก็มีกิจกรรมเหมือนเด็กทั่วไป เรียน เตะบอล แต่ที่พิเศษคือเวลาเราเล่นกีตาร์ ร้องเพลง เรารู้สึกว่าอยู่กับมันได้นาน รู้สึกมีความสุข จนกลายเป็นมีความฝัน อยากเป็นนักร้อง นักดนตรี ตั้งแต่ตอนนั้น ก็เลยเริ่มทำมาตลอด จนมาถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่าผมทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วล่ะนอกจากร้องเพลง เล่นดนตรี ก็เลยต้องมาทำเพลงใหม่นี่ไง (หัวเราะ)
วิน : ของผมเริ่มจากการเป็นคนชอบเขียน ผมชอบเขียนแบบพร่ำพรรณนา เขียนเป็นเพลง แต่มันเป็นเพลงที่ใช้ไม่ได้ คือผมเล่นดนตรีไม่เป็น มันก็เลยกลายเป็นเขียนไปเรื่อยๆ เรื่องสั้นผมก็เขียน คือผมมีความฝันด้านการเขียนมากกว่า จนมาเจอแอ๊นท์ ซึ่งเขาก็แนะนำผมว่าเพลงที่ผมเขียนมันดูไม่มีจุดจบ ลองไปดูงานเขียนของพวกพี่ๆ อย่างพี่ดี้ นิติพงษ์ ว่าเขามีวิธีการยังไง เริ่มเรื่องจบเรื่องยังไง คือจากที่ผมชอบงานเขียนอย่างเดียว ความฝันของแอ๊นท์ก็ดึงให้ผมเข้าไปอยู่ในวงการดนตรีด้วย
“เราอย่าคิดว่าจะให้ดนตรีเป็นทางลัดในทุกเรื่อง ทำเพลงให้คนฟังเพลง ผลสำเร็จเป็นกำไรชีวิต ใช้ชีวิตให้ถูกทาง ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและคนฟัง”
เหตุเกิดจากความเหงา
Emotion Town : ตอนเพลงเสร็จเราไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเดินทางมาได้ขนาดนี้ คือโอเคตอนนั้นสำหรับพวกเราก็เป็นเพลงที่เพราะนั่นแหละ พี่หยกแกจะบอกว่าเราไม่รู้หรอกว่าเพลงเราจะดังหรือเปล่า แต่เราต้องชอบกันก่อน พอคราวนี้เพลงเสร็จก็โปรโมท ก็ทำตามสิ่งที่มันต้องเป็นมันก็เหมือนปลูกพืช เราก็รอดูมันโต แต่แล้วมันก็หายไปเลย 3 เดือน ไม่มีฟีดแบ๊ค เงียบสนิท คือมันนิ่ง เราก็ตบไหล่กันแล้ว โอเค ขอบใจนะเพื่อน (หัวเราะ) จนเวลาผ่านไป 5 เดือน เราไม่รู้เลยนะว่าเพลงมันเริ่มเปิดออกวิทยุ รู้สึกมันจะเป็นช่วงก่อนวาเลนไทน์มั้ง เพลงมันไปติดชาร์ตตามคลื่นวิทยุต่างๆ ซึ่งเริ่มจากต่างจากหวัดด้วยนะ ตามหัวเมืองใหญ่ๆ พอเราเข้ามากรุงเทพฯ เพลงติดชาร์ตอันดับ 1 ว้าว เราขึ้นรถเมล์ไม่ได้แล้วนะเนี่ย (หัวเราะ)
แอ๊นท์ : คือตอนเพลงเริ่มดังใหม่ๆ ผมเล่นดนตรีกลางคืนอยู่ข้าวสารแล้วแบบเดินผ่านร้านต่างๆ เราก็แปลกใจเขาเล่นเพลงนี้กันด้วยเหรอวะ ตัวผมเองยังไม่เล่นเลย (หัวเราะ) จนเราเห็นคนเริ่มเล่นเยอะ เราก็เลยลองเอามาเล่นเอง ก็มีกระแสที่ดี ปัญหาคือเราไม่ค่อยโปรโมทตัวเองเท่าไหร่ ไม่อยากโม้ แต่ตอนนี้แก่แล้วไม่มีอะไรจะเสีย (หัวเราะ) มันจะเป็นแบบ พอเราบอกว่าเหตุเกิดจากความเหงา 90 เปอร์เซ็นต์รู้จัก บอก Emotion Town 40 เปอร์เซ็นต์เคยได้ยิน บอก แอ๊นท์ วิน ใครวะ (หัวเราะ) ซึ่งเรามองว่ามันประสบความสำเร็จเพราะเพลงมันทำงานของมัน ช่วง 3 ปีแรก ทัวร์กระจายเลยนะ แต่คนก็จำเราไม่ได้อยู่ดี

กับดักแห่งความสำเร็จ
วิน : เอาจริงๆ ส่วนตัวผมไม่ได้คิดอะไรมากนะ ผมนิ่งๆ ของผมแบบนี้แหละ (หัวเราะ)
แอ๊นท์ : เราไม่ได้คิดมาก หลังจากเราทัวร์ จากเพลงเหตุเกิดจากความเหงา เราก็ทำเพลงออกมาอีก ซึ่งก็ยอมรับแบบตรงๆ ว่ามันไม่ประสบความสำเร็จในวงกว้าง แล้วผมกับวินก็แยกกันทำงานบ้าง แต่ว่าไม่ได้ทะเลาะกันนะ เพราะมีคนถามว่าเราดีกันแล้วเหรอ …เราไม่ได้ทะเลาะกันนะ (หัวเราะ) คือแยกกันไปทำก็ยังช่วย ยังปรึกษากันอยู่ แต่อย่างที่บอกเพลงมันไม่มา ซึ่งถ้าย้อนไป ความรู้สึกของพวกเราคือได้แต่งเพลง มีความสุข ความโด่งดังเป็นผลกำไร มันเจ๊งด้านการตลาด แต่ในแง่ความรู้สึกเราไม่ได้เจ๊ง
One Hit Wonder
แอ๊นท์ : ถามว่าเราเจ็บปวดกับคำนี้มั้ย อืม..ก็ไม่เท่าไหร่นะ อย่างเวลาคนมาถามว่าเพลงนี้เพลงพี่แต่งเหรอ ผมจะบอกว่าไม่ใช่เพลงเพื่อนผมแต่ง แต่ผมร้องเฉยๆ (หัวเราะ) เฮ้ย ผมไม่เคยเห็นหน้าพี่เลย เราก็จะตอบว่าไม่เห็นก็ไม่เป็นไรแค่ชอบเพลงก็โอเค มันเป็นเรื่องที่เรายอมรับอยู่แล้ว
วิน : ที่เรากลับมารอบนี้ เพราะเวลามันลงตัว อย่างผมเอง ผมมีกิจการส่วนตัวอยู่แล้ว ดังนั้น เวลามันจะไม่ลงตัวกับพี่แอ๊นท์หรือพี่หยก จนมาครั้งนี้เรารู้สึกว่าอยากจะทำก็เลยขอพี่หยกว่ามาช่วยทำให้หน่อย ซึ่งแกก็ตกลง
แอ๊นท์ : เรามองว่าในยุคนี้เราเป็นวงหน้าใหม่ เพราะตั้งแต่สมัยก่อนเราก็อยู่จุดต่ำสุดอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้จัก (หัวเราะ) เราไม่มีแรงกระแทก มีแต่แรงที่เด้งขึ้น ซึ่งยุคนี้มันเห็นหน้ากันง่ายขึ้น ดังนั้นเราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะเจอแรงกระแทก หรือกดดันอะไร
วิน : คือผมคิดว่าแค่มีคนชอบงานเขียนของเราก็โอเคแล้ว เหมือนตอนเราทำเหตุเกิดจากความเหงา ผมก็ไม่ได้ดีใจเว่อร์นะ เป้าหมายผมยังเหมือนเดิมคือทำให้คนฟังชอบเพลง ที่ผมเขียนเท่านั้นเอง
แอ๊นท์ : ผมอยากบอกน้องๆ นักดนตรี ว่าเราอย่าคิดว่าจะให้ดนตรีเป็นทางลัดในทุกเรื่อง ทำเพลงให้คนฟังเพลง ผลสำเร็จเป็นกำไรชีวิต ใช้ชีวิตให้ถูกทาง ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและคนฟัง

Emotion Town Fact
- แรงบันดาลใจที่ทำให้พี่วินเขียนเพลง เพราะพ่อแม่ของเพื่อนประสบอุบัติเหตุรถแก๊สระเบิดเสียชีวิต ทำให้พี่วินรู้สึกเศร้าไปด้วย จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเพลง
- พี่แอ๊นท์เป็นคุณพ่อลูกสอง
- Emotion Town ไม่มีค่ายเพลง
- หยก ครองพล สุทธิสานนท์ นอกจากเป็นโปรดิวเซอร์ ยังเป็นมือกีตาร์ที่เก่งมากอีกด้วย
- เพลง “เหตุเกิดจากความเหงา” มีอายุ 12 ปี
ขอขอบคุณ : เมย์ PR ที่อำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์



































