อีกหนึ่งศิลปินที่ต้องบอกว่าในยุคนั้นเธอคือผู้นำของเหล่าบรรดาเด็กผู้หญิงที่ชื่นชอบดนตรีร็อค สาวพั้งก์ สาวอีโม หลายคนมีฟักแฟงเป็นไอดอลซึ่งในภายหลังพวกเธอเหล่านี้อาจจะเติบโตไปฟังเพลงที่หนักขึ้น หรือเบาลง แต่จุดเริ่มต้นก็คือ ฟักแฟง No More Tear (ไปรยา มาลาศรี) หลังจาก g16 ฟักแฟงก็เฟดตัวไปจากวงการดนตรีอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้เห็นเธอเลยเป็นเวลาหลายปี พร้อมทั้งข่าวมากมาย และทำให้คนเดาไปต่างๆ นานาว่าเธอไปไหน และแล้วใน g19 เธอก็กลับมา พร้อมทั้งมีผลงานใหม่ด้วย เอาล่ะใครที่คิดถึงสาวคนนี้มาลองดูกันว่า ผลงานใหม่ของเธอจะเป็นอย่างไร และมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ต้องคำสาป
ฟักแฟง : เพลงนี้จะพูดถึงความรักในแง่ที่ค่อนข้างเสียใจนิดนึง เป็นสไตล์ของเราเลยดนตรีเป็นป็อปร็อค อันนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าเฉพาะเพลงนี้เท่านั้น เพลงต่อๆ ไปอาจจะไม่ใช่สไตล์นี้ ตอนทำเพลงนี้ก็คุยกับพี่อู๋ The Yers ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ เขาบอกว่าอยากให้เรามีเพลงช้าไว้สักเพลง ซึ่งในความรู้สึกเราเพลงนี้เป็นเพลง Medium นะ (หัวเราะ) มันมีจังหวะ มีกลอง แต่พี่อู๋บอก ฟักแฟงเพลงนี้มันเป็นเพลงช้านะ อ่ะช้าก็ช้า ขี้เกียจเถียง (หัวเราะ) ก็ตั้งคอนเซ็ปต์ขึ้นมาว่าจะเป็นความรักที่ผิดหวังซ้ำๆ จนมีความรู้สึกว่าเราต้องคำสาปให้ต้องเสียใจตลอดหรือเปล่า ก็พอได้ความคิดนี้มาก็มารวมหัวกับพี่อู๋เพื่อเขียนเพลง เราตั้งใจว่าจะเอาเนื้อเพลงเพื่อพาไปสู่สไตล์ดนตรีอย่างเพลงนี้พอเนื้อเพลงมันดาร์กๆ เราก็อยากจะให้ดนตรีมันหนักหน่อยก็เลยให้เป็นป็อปร็อคเหมือนสมัยใน No More Tear มาผสมแต่ก็จะไม่โฉ่งฉ่างเท่า แล้วให้บรรยากาศอึมครึมหน่อย ถ้าพูดตรงๆ ก็อยากให้แฟนเพลงเก่าๆ หายคิดถึงนั่นแหละ แต่ก็ไม่อยากให้คาดหวังว่าสไตล์เพลงต่อไปต้องเป็นแบบนี้
ก่อน g19
ฟักแฟง : ก่อน g19 เราหายไปใช้ชีวิต ก็จะไปเที่ยวต่างจังหวัด อยู่ต่างจังหวัด แล้วก็เที่ยวต่างประเทศ พูดตรงๆ ก็คือเอาเงินเก็บไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเรียนรู้ชีวิตในแง่ใหม่ๆ ไม่ได้ร้องเพลง หรือแทบจะไม่หยิบกีตาร์ด้วยซ้ำ ทำอะไรไปเรื่อย คือไม่มีอารมณ์ทำเพลงเลย ฟังเพลงมั้ย ก็ฟังแต่แบบฟังไปเรื่อยๆ ไม่ได้ติดตามวงการทั้งไทย และต่างประเทศเลย คราวนี้พี่นิค (วิเชียร ฤกษ์ไพศาล) โทรมาลองชวนเราว่าจะไปเล่นที่ g19 มั้ย ซึ่งเราก็ใช้เวลาคิดอยู่ 2 สัปดาห์นะ เพราะกลัวว่าจะทำไม่ดีพอ เพราะเราร้างลาจากวงการเพลงมานานมากๆ 5 ปี พอกลับมาถึงก็มาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่เลย แต่สุดท้ายเราก็มาคิดได้ว่าตอนเราทำเพลงครั้งแรกก็คือทำไปก่อน ผลจะเป็นยังไงค่อยว่ากันวะ ซึ่งครั้งก็คิดเหมือนกัน วันที่ไป Run Through ก็รู้สึกอบอุ่นนะเหมือนได้รับการต้อนรับกลับบ้าน พอถึงเวลาใกล้จะเล่นเราก็จะพยายามไปคุยกับพี่ๆ วงอื่นๆ เพื่อให้ตัดความคิดว่าออกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นออกไป พอถึงเวลาขึ้นเวทีก็ไป พอเราเห็นคนดูเยอะๆ ต้อนรับเรา เราก็ร้องเพี้ยนเลย (หัวเราะ) ซึ่งก็ทำเต็มที่แล้วนะ

หลัง g19
ฟักแฟง : พอหลังจาก g19 จริงๆ เราก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าทางค่ายอยากให้ทำเพลง แต่เราลืมวิธีทำเพลงไปแล้ว (หัวเราะ) คือเราจำไม่ได้ว่าจะต้องใช้โปรแกรมอะไร เสียบไมค์ยังไง กดอัดยังไง คือลืมไปเลย ก็ต้องขอเวลาพี่อู๋นิดนึง (หัวเราะ) ซึ่งก็โชคดีที่เรากู้คืนควาทรงจำเรามาได้ก็เลยมีเพลงส่งให้เขาไปทำต่อ (หัวเราะ) แล้วเวลาไปทำเพลงที่บ้านพี่อู๋มันไกลมาก ดังนั้นถ้าไปต้องได้เพลงเยอะๆ หน่อย (หัวเราะ)
เหตุผลของการห่างหาย
ฟักแฟง : เรารู้สึกว่ามันถึงจุดอิ่มตัว ซึ่งเอาจริงๆ เราจำไม่ได้นะว่าความรู้สึกตอนนั้นคืออะไร แต่ไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดีนะ มันแค่รู้สึกว่าอยู่ดีๆ เราก็อยากพักขึ้นมา แค่นั้นเลย คือเราบอกกับวงตรงๆ ว่าอยากพักแล้วก็ Shut Down เลย คือหลังจาก g16 เราก็บอกกับที่วงว่านี่เป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายแล้วนะ แล้วหลังจากนั้นก็หายไปเลย แบบไม่ติดต่อใครในวงการเลย ใช้ชีวิตแบบอื่น ซึ่งวันแรกๆ ก็ต้องปรับตัวอยู่เหมือนกัน แต่เราก็ถือว่าได้ใช้ชีวิตในแง่อื่น และสุดท้ายก็เอากลับมาเขียนเพลงอยู่ดี
“กลับมา” หรือ “จะกลับไป”
ฟักแฟง : จริงๆ การกลับมาครั้งนี้เราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนะเรามีโอกาสได้ทำเพลง อีกครั้งก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตแล้ว ไม่ได้หวังไปไกลมาก ก็จะทำให้ดีที่สุดไม่ให้ที่ genie ผิดหวัง สำหรับเราความกังวลและกดดันเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับการร้องเพลงหรือทำเพลง แต่เราต้องมาคิดว่าเราทำเพลงเพื่ออะไร สุดท้ายเพื่อให้เรามีความสุขแล้วก็ถ่ายทอดอารมณ์ของเราให้คนฟังได้ฟังเท่านั้นเองไม่คิดเยอะ

ฟักแฟง 2020
ฟักแฟง : ไม่ว่าลุคภายนอกของเราจะเป็นยังไง แต่เรายังเป็นคนเดิม พูดตรงๆ ห้าวๆ เราอาจจะไม่ได้ทำสีผมรุนแรงเหมือนเดิมแต่คำพูด ทัศนคติต่างๆ สิ่งที่ออกไปตามเพลงยังเหมือนเดิม ซึ่งถ้าให้ย้อนกลับไปวันแรกที่เข้ามา เราก็ไม่คิดจะเปลี่ยนสิ่งที่มันเป็นอยู่แล้วเพราะตลอดเวลาที่เราทำเพลง ไม่เคยมีใครมาบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งเราโชคดีที่ได้อยู่ค่ายที่เขาตามใจเรามากๆ แค่ทำหน้าที่ศิลปินของเราให้ดีก็พอ ได้ทำเพลงก็คือความสุขในชีวิตแล้ว



































