อีกหนึ่งหัวหอกวงดนตรีร็อคจากยุคอันเดอร์กราวนด์เฟื่องฟู กล้วยไทย เมทัลเลือดไทย ถ้าใครติดตามวงนี้คงจะทราบดีว่า กล้วยไทยทำเรื่องดีๆ ให้วงการอันเดอร์กราวนด์มากมาย จนในที่สุดเมื่อถึงเวลา พวกเขาก็เริ่มนับ “หนึ่ง” อีกครั้งในรอบ 10 ปี อัลบั้มเต็ม อัลบั้มใหม่ของกล้วยไทย เราเลยได้โอกาสมาคุยกับวงร็อควงนี้ในหลายๆ เรื่อง นี่คือกล้วยไทย และการเดินทางครั้งใหม่

นับ “หนึ่ง” ใหม่ในรอบ 10 ปี อัลบั้มที่สาวก รอคอย
เอส : เราประชุมเรื่องอัลบั้มนี้เมื่อปีที่แล้ว จริงๆ เราคุยกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่อัลบั้มสิบสองสัตว์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 คุยกันมาเรื่อยๆ ว่าเดี๋ยวจะครบ 9 ปีแล้วนะ ตอนแรกจะทำอัลบั้มเป็นเลข 9 แล้วจะทำ 9 เพลง คือกล้วยไทย ตั้งแต่อัลบั้มแรกเราก็ลดลงมาเรื่อยๆ อัลบั้มแรก 16 เพลง อัลบั้มสอง 15 เพลง อัลบั้มที่สาม 12 เพลง พอมาอัลบั้มนี้ทำไปทำมา อ้าวเลย 9 ปี แล้วเอาไงดี เราก็คุยกันตอนนั้นเป็นเวลา 5 ทุ่ม 11 นาที จะเอาเป็นเลข 11 ก็ไม่มีความหมายอะไร ก็เลยตกลงกันว่างั้นเป็นเลข 1 จะได้เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มด้วย เพราะฉะนั้นอัลบั้มนี้ทุกเพลง จะมีคำว่าหนึ่งหรือไม่ก็มีความหมายเกี่ยวกับเลข 1 พอได้คอนเซ็ปต์ก็ไปทำเดโม่ จนได้มา 16 เพลง แล้วเราไม่อยากตัดเพลงไหนออก ก็เลยทำเพิ่มอีกเป็น 17 เพลงเพื่อให้เท่ากับอายุวงเรา อัลบั้มนี้เลยเป็นอัลบั้มที่เพลงมากที่สุดตั้งแต่ทำเพลงมาคือมี 17 เพลง นี่ก็เป็นที่มาของอัลบัมนี้ อันนี้คือเพลงที่เราคิดทำในอัลบั้มนะครับ แต่เราจะเอาเพลงที่ปล่อยๆ มาก่อนหน้านี้มารวมด้วยก็เบ็ดเสร็จอัลบั้มนี้จะมี 25 เพลงครับ 2 ซีดี คุ้มๆ เลย
การคิดงานในระบบ ซิงเกิ้ล กับ อัลบั้ม
เอส : ถ้าใครติดตามวงเราก็จะเห็นว่าระหว่างทางที่จะมาอัลบั้มนี้เราก็ปล่อยเพลงมาเรื่อยๆ แต่วิธีทำงานเรายังอยากที่จะทำเป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้ม แล้วเพลงที่ปล่อยมาหลายเพลงก็ไม่เข้าคอนเซ็ปต์ หลายเพลงเราทำตามเหตุ และวาระต่างๆ เพราะฉะนั้น เราเลยนำเพลงเหล่านี้มาแถมในอัลบั้ม อย่างเท่าชีวิต สติมนุษย์สยาม เพลงพวกนี้มันไม่ตรงคอนเซ็ปต์เลยเป็นโบนัสแทร็ค นอกเหนือจากนั้นเป็นเพลงที่แต่งใหม่ทั้งหมด

“ทฤษฎี 1%” กลับมาอย่างเป็นทางการ
เอส : ก่อนเปิดตัววงเรามานั่งคุยกันว่าเพลงไหนจะเป็นแบบกล้วยไทยที่คนรู้จัก ทั้งการว๊าก ดนตรี เมโลดี้ต่าง และผสมสิ่งที่เป็นพวกซาวด์ต่างๆ ซึ่งหลังๆ เราเริ่มใส่เข้ามาเยอะขึ้น เพลงนี้เลยเป็นเพลงที่ชัดเจนที่สุดไม่ว่าจะเป็น การเล่าเนื้อหา การหาคำแปลกๆ ใหม่ๆ มาใช้กับเนื้อเพลง เลยเลือกเพลงนี้เป็นเพลงแรกในการปล่อยออกมาให้คนฟังกัน
บี : เพลงนี้จะพูดเกี่ยวกับเรื่องราวหรืออะไรก็ตามที่คนมักจะพูดกันว่า ไม่มีทางเป็นไปได้หรือมีโอกาสเหลือแค่ 1% เราก็แค่อยากสื่อว่างั้นเริ่มทำเถอะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
หนึ่ง : เนื้อหาก็จะอิงกับวงเราด้วยในขณะที่เขียนเพลงตอนนั้นบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก เรามีเวลาน้อยในการทำเพลงอัลบั้มนึง 17 เพลง มันก็เหมือนกับบอกตัวเองว่าจะทำไหวเหรอ แต่สุดท้ายก็ต้องลองทำ จริงๆ มันก็มีเสียงคนรอบข้างว่า เฮ้ย มันจะได้เหรอ มันจะรอดไหม แต่เราคิดว่ามันต้องได้สิ
เอส : มันเหมือนกับคนไข้เวลาโดนหมอบอกว่าโอกาสรอดมีแค่ 1 เปอร์เซ็นต์นะ แต่ถ้าเรามองมุมกลับนั่นหมายความว่าโอกาสที่เราจะมีชีวิตยังมีอยู่ ก็เลยพูดในมุมนี้
ต้อง : ส่วนพาร์ทดนตรีมันจะมีพวกจังหวะที่มันเด้งๆ แดนซ์ๆ แล้วก็มีกลิ่นความเป็นไทยในซาวด์ของซินธ์ฯ มาผสม เพลงนี้อาจจะไม่ใช่สารตั้งต้นของอัลบั้มนี้แต่ก็เป็นเพลงที่ชัดเจนมากๆ ของกล้วยไทยที่เหมาะกับการเปิดอัลบั้ม

“เป็นหนึ่ง” กับ เอ๋ Ebola
เอส : Ebola เป็นหนึ่งในไอดอลของพวกเรา พวกผมจำได้ตอนเราทำอัลบั้มแรก งานที่เราเล่นเป็นครั้งแรก Break The Barier ตอนนั้นเปิดตัว 4 วง วงเรา พล่าน อะลาดิน แล้วก็ Ebola ซึ่งตอนนั้นเราอยู่ Warner เราร้อง 2 เพลง เราหมดพลังแล้ว แต่พี่ เอ๋ ร้องไปหลายเพลงยังมีพลังอยู่เลยสุดยอด ผมยกให้เป็นเบอร์ 1 เลย แล้วตั้งใจว่าถ้าวันนึงมีโอกาสต้องทำงานกับพี่ เอ๋ ให้ได้ คงเป็นเกียรติกับวงเรามาก ดังนั้นพอมีโอกาสมาทำเพลงนี้ ผมเลยใช้วิธีรวมเพลงที่ผมชอบ เอาชื่อเพลง 30 กว่าเพลงของ Ebola มาแต่งให้เป็น 1 เพลงของกล้วยไทย ซึ่งพอให้พี่เอ๋ ฟัง แกชอบ เราก็เลยลุยทำเพลงนี้ ซึ่งทุกคนในวงชอบมาก แล้วปล่อยเพลงนี้เป็นเพลงแรกในอัลบั้มที่ปล่อยออกมา เป็นแบบ Audio ด้วย
1 รุม 10 กับ Akira Kuro
เอส : มันต้องเท้าความก่อนว่าสมัยก่อนผมร้องเพลงในดิสโก้เธคมาก่อนเป็นวงแด๊นซ์ เต้นด้วย (หัวเราะ) แล้วพอเราฟังเดโม่เพลงนี้ที่ หนึ่งทำมาให้ ท่าเต้นมันออกมาเลย (หัวเราะ) ผมก็เลยบอกกับวงว่าอยากเต้น พอได้โจทย์นี้มาเราก็มาคิดว่าจะให้ใครมาเต้นด้วยดี ก็เห็นสมัยนี้เขานิยมวงไอดอล เราก็อยากได้วงไอดอลที่ร้อง เต้น และร็อคด้วย เลยทาบทามวงน้องเขามา ก็เลยได้ร่วมงานกัน เพลงนี้จะเปรียบเทียบปัญหากับตัวเลข 10 ปัญหา 10 ความชังหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่าคน 1 คนมันสู้ได้ อยู่ที่ใจและพลังความคิดที่จะสู้ เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา ส่วนนึงก็อยากให้กำลังใจน้องๆ กลุ่มนี้ด้วยเพราะวงการไอดอลก็แข่งขันสูง แล้วน้องๆ ก็โดนวิจารณ์พอสมควรก็เลยอยากให้เพลงนี้เป็นส่วนนึงของกำลังใจน้องๆ ครับ

ตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว การกลับสู่รากเหง้าของ แสตมป์ อภิวัชร์
เอส : ผมกับแสตมป์เราพวกเจอกันมานาน ตอนแรกผมกับหนึ่งทำวงชื่อ “เรียนเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธา” ซึ่งตอนนั้นเพลงวงผมก็ขึ้นชาร์ตที่ Fat นะ เนื้อหาเพลงเราเกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งช่วงที่ผมทำเพลง แสตมป์ก็จะมาทำเพลงละครของสถาปัตย์ จุฬาฯ ซึ่งสตูฯ ที่ทำมันเป็นที่เดียวกันก็เลยได้คลุกคลี รู้จักกัน แล้วก็ได้ แสตมป์ มาร้องด้วย 1 เพลงตอนนั้น แล้วไปทัวร์ด้วย ใส่ชุดขาวขึ้นไปเล่น ผมนี่หัวทองเลยเพราะต้องเล่นกล้วยไทยด้วย แล้วมีแสตมป์ มีลูกหว้า พิจิกา แล้วพอกล้วยไทยจะทำอัลบั้มที่ชุดที่ 2 ก็เลยชวน แสตมป์มาเล่น ก็เล่นไปสักพัก แสตมป์มีปัญหาเรื่องชีวิตนิดหน่อย เลยแยกตัวไป จนมาเจออีกทีตอนออกเดี่ยวนี่แหล่ะ
หนึ่ง : ตอนนั้นเราก็ไม่นึกนะว่าแสตมป์จะมาได้ไกลขนาดนี้ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ แสตมป์เก่งมาก สมมติเราเล่นอะไร เวลาเขามาซ้อม เขาจะทำการบ้านมาดีมาก เล่นดีกว่าพวกเราอีก เล่นได้เลยเล่นเนี๊ยบมาก
เอส : ตอนนั้นเรายังไม่เห็นมุมแต่งเพลงจากแสตมป์เลย แต่พอผมเห็นเพลงความคิด ปล่อยออกไป ผมรู้สึกแบบ โอ้โห แสตมป์ ไปไกลแน่นอนเพราะลายเซนมันชัดมาก พอบวก การร้อง เอ็นเตอร์เทน มันครบเครื่องเลย เอาจริงๆ เหมือนกับตอนนั้น แสตมป์เองก็หาตัวตนอยู่นั่นแหล่ะ จริงอยู่ตัวเขาชอบ เมทัล แต่พอมาเล่นจริงๆ มันอาจจะไม่ใช่ตัวตนของเค้า ไม่ใช่สิ่งที่เขาเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กับผลงานตอนนี้เป็นสิ่งที่เขาอยากเล่า เช่นเดียวกับผลงานของพวกเรา ซึ่งพอเราได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งก็รู้สึกดีใจ จริงๆ เพลงนี้เราไม่ได้ถึงขนาดแต่งเพลงเพื่อเค้านะ เดโม่เริ่มจาก “หนึ่ง” มา มีอะคูสติกค่อนข้างเด่น มี Rap นิดนึง ซึ่งเป็นสไตล์ที่เราไม่ค่อยได้ทำ แต่ผมรู้สึกว่าเพลงมันเท่ แล้วฟังไป ฟังมา มันน่าจะคลิกกับแสตมป์ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
ต้อง : เราอยากทำเพลงที่เป็นทิศทางใหม่ๆ แต่ก็ไม่ใช่การฉีกจากการเป็นกล้วยไทย เวลาหนึ่งทำเดโม่ จะคิดเสมอว่าเราอยากจะทำอะไรให้มันใหม่โดยเป็นตัวเราอยู่เพื่อที่จะได้กลุ่มคนฟังใหม่ๆ ด้วย เราไม่ได้อยากทำเพลงให้มันตายตัวเหมือนเดิมตลอดเวลา เพลงทั้งอัลบั้มนี้ทั้งหมดก็เหมือนกล้วย ถ้ากล้วยอยู่กับอะไร อยู่กับของหวานมันก็จะได้รสชาติแบบนึง อยู่กับไอศกรีมก็รสชาติอีกแบบนึง เพลงของพวกเราก็เป็นแบบนั้น แต่เราก็ยังเป็นกล้วยอยู่

กล้วยไทย วงเมทัลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด
เอส : เพลงแบบเมทัลในประเทศไทยที่ได้ยอดวิวระดับหลักล้านจริงๆ น้อยมากนะ นับเพลงได้ ซึ่งส่วนตัวผมเลยผมรู้สึกว่าเพลงของพวกเราอย่างกำเนิดหนุมาน หรือเท่าชีวิต ที่ได้เล่าเรื่องชีวิต เรื่องสังคมผ่านเพลงเมทัล ส่วนตัวผมถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้ว มันถูกเผยแพร่ผ่านสังคมโดยที่ไปด้วยตัวมันเอง ทุกวันนี้ยอดวิว ยอดคอมเมนต์ก็มีเข้ามาตลอด ส่วนนึงก็อาจจะเกิดจาก MV ที่ หนึ่งคิดมาด้วย รวมทั้งในวงที่ช่วยกันคิด แล้วโยนโจทย์ให้คนทำ MV ซึ่งเขาตีโจทย์แตกทำให้เข้าถึงกลุ่มคนฟังที่กำลังรู้สึกแบบนั้น ผมว่าจากเท่าชีวิต มันทำให้คนได้เห็นเพลงอื่นๆ ของเรา ผู้คนได้เห็นว่ากล้วยไทยเล่าอะไร ในทุกอัลบั้ม ซึ่งชุดล่าสุดเราก็เติมเต็มตรงจุดนี้เช่นกัน อย่างเช่นเพลง หนึ่งหยดน้ำบนดวงจันทร์ ก็จะเป็นภาคต่อจากปรากฏการณ์ผีเสื้อ ก็เล่าเรื่องธรรมชาติ ซึ่งเราแคร์เรื่องนี้ แล้วก็อยากให้คนที่ได้ฟัง แคร์เรื่องนี้ด้วย
กล้วยไทย และวงการเมทัล 2020
เอส : เราจะใช้วิธีกลับด้านกับกระแสนิดหน่อย เราจะปล่อยเพลงไปให้หมดเลย 17 เพลง แล้วค่อยย้อนมาทำ MV โปรโมททีละเพลง 17 เพลง ก็น่าจะปีครึ่ง ซึ่งเราสามารถเอาเพลงใหม่ๆ เหล่านี้ไปเล่นได้ตลอด เพราะมันถูกเล่าผ่านโซเชียลไปแล้ว ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องรออัลบั้มก่อน แนวทางของพวกเราจะเป็นแบบนี้ ซึ่งก็จะสัมพันธ์กับวงการเพลง Metal ที่โตขึ้นทุกปี ส่วนในปีนี้ผมก็อยากเห็นเด็กเล่นเมทัลมากขึ้น เพื่อเติมไฟให้ผู้ใหญ่ด้วย เด็กดูเราอยู่ถ้าเราทำเพลงคุณภาพก็จะเป็นการปลูกฝังพวกเขา และทำให้วงการเพลงเมทัลโตขึ้นด้วย และสุดท้ายฝากอัลบั้มล่าสุด “หนึ่ง” ของพวกเรากล้วยไทยด้วยนะครับ



































