ถ้าเราพูดคำว่าเมทัล อันเดอร์กราวนด์ เราจะคิดถึงคอมมิวนิตี้ที่เต็มไปด้วยวงดนตรีที่มีเพลงอันหนักหน่วง เสียงร้องว๊าก วงดนตรีที่ชื่อว่า Tragedy Of Murder ก็เป็นหนึ่งในวงที่อยู่ในวงการนี้มาอย่างโชกโชนเช่นกัน มาวันนี้พวกเขาได้มีโอกาสร่วมงานกับศิลปินระดับประเทศอย่าง พี่โอ๊ค บิ๊กแอส และพี่เมย์ Labanoon การได้ทำงานอยู่กับค่าย Vom Records ทำให้พวกเขาใกล้ความฝันและได้ยกระดับวงตัวเองขึ้นด้วย แต่กว่าจะมาตรงนี้ก็ไม่ได้ง่ายๆ นี่คือเรื่องราวของวง Death Core อีกหนึ่งตัวแทนจากอันเดอร์กราวนด์ซีน จะมาเล่าเรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ให้เราได้ฟังกัน
The Upside Down ความเดือด ครั้งใหม่
TOM : เพลงนี้เราได้น้องพลอย อดีตวง Adabel มาช่วยร้องในเพลงนี้ด้วย เพลงนี้ที่มา เราได้แรงบันดาลใจมาจากซีรี่ส์เรื่อง Stranger Thing เราเอามาเปรียบเทียบว่าเป็นอีกด้านนึงของจิตใจ คนเรามีด้านมืดซ่อนอยู่ ที่ไม่ได้แสดงออกมาให้คนได้เห็น ส่วนดนตรีเพลงนี้เราทำกันมานาน ก่อนจะออกเพลงนี้ประมาณ 2 ปี เอามาอะเรนจ์ใหม่ ที่เนื้อเพลงของพวกเราเป็นภาษาอังกฤษเพราะพวกเราฝันไกล (หัวเราะ) เราเห็นไอดอลเราอย่าง Slipknot, Bring Me The Horizon, Suicide Silence ทัวร์รอบโลก เราก็อยากทำบ้าง (หัวเราะ) จริงๆ เราก็ยังไม่ได้ไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ แต่เจตนาของเราก็คืออยากให้คนที่ฟังเมทัลทั่วโลกฟังงานเราแล้วเข้าใจได้ด้วย ในภาคดนตรีเรามีกีตาร์ 3 ตัวแต่ก็แบ่งไลน์กันไม่ยาก ก็จะดูเรื่องพวกย่านเสียง คนนึงเล่นเสียงแหลม อีกคนเสียงกลาง เสียงต่ำ ส่วนพาร์ทกลองเราก็ใช้การโปรแกรมเอา ตอนนี้ถ้าไปโชว์จริงๆ ก็จะได้ ออกัส ดีล่า มาช่วยตีให้ ซึ่งมือกลองประจำวงจริงๆ เราก็กำลังหาอยู่

การมาร่วมงานกับ Vom Records
TOM : ก็เป็นค่ายของพี่โอ๊ค Big Ass กับพี่ เมย์ Labanoon คือผู้จัดการวงเรารู้จักกับ พี่เมย์ ก็ช่วยงานให้ อะไรแบบนี้ครับ แล้วช่วงนั้นวงเรากำลังจะอัดเพลงนี้พอดีพี่เมย์ก็แนะนำว่าให้ไปอัดที่สังกะสี Studio สิ ราคาก็ไม่แรงด้วย ก็เลยไปอัดดูปรากฏว่าไปคลิ๊กกับพี่โอ๊ค แกก็เลยบอกว่าเดี๋ยวรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้ก็แล้วกัน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้ร่วมงานกัน จากนั้นเราก็ได้ไปอัดที่ Kandee ก็แบบ โอโห เป็นโปรดักชั่นใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเรา ไม่เคยทำงานใหญ่ขนาดนี้ คือเราก็มีเป้าหมายอยากทำผลงานกับคนทำงานระดับท็อป ซึ่งพอมาอัดที่นี่ทำให้เราได้ยกมาตรฐานเราด้วย

ทำงานกับไอดอล
TOM : คือพวกเราโตมากับพี่ๆ บิ๊กแอส อยู่แล้ว สมัย ม ปลาย เราก็แกะ เล่นของสูง ก่อนตาย เรารู้สึกว่าพี่ๆ เขาอยู่ไกลตัวพวกเรามาก วันแรกๆ ที่คุยกันนี่ตื่นเต้นมาก แต่ทั้งพี่โอ๊ค พี่อ๊อฟ ที่เราไปเจอที่ Kandee ทุกคนน่ารักมาก เราไม่ได้รู้สึกว่าเขามีอีโก้เลย ทำให้เรากล้าที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนพี่โอ๊คเป็นพ่อคนที่สองของเราไปแล้ว (หัวเราะ) พวกเราประทับใจมากๆ ที่ฮาสุดๆ คือ นัน มือกีตาร์เราให้พี่อ๊อฟชงกาแฟให้ (หัวเราะ) คือแกถามเป็นห่วงเราแหละว่ารับอะไรไหม มือกีตาร์เราก็บอกว่ารับครับ (หัวเราะ) ซึ่งเราดีใจมากที่พวกเราได้ใกล้ชิดกับพวกพี่ๆ ขนาดนี้
เด็กโต อันเดอร์กราวนด์
TOM : วงเราเริ่มมาถึงตอนนี้ก็ 14 ปีแล้ว มันก็เริ่มจาก เจต และนัน เรียนที่ศิลปกรรม บ้านสมเด็จฯ เป็นช่วงที่วงดนตรีเมทัลบ้านสมเด็จรุ่งเรืองมาก แต่จุดเริ่มต้นของเราฮามาก คือ คนก่อตั้งวงคนแรกชื่อ แบงค์ เขาบอกเขาเล่นกีตาร์โซโล่ ก็มาชวน เจต กับ นัน คือมาถามว่าเราฟังแนวไหนเล่นอะไรได้บ้าง คราวนี้พอรวมวงกันได้ ก็แจกเพลงซ้อม เจต เป็นคนแจกก็จะเล่นพวก เมทัลคอร์ ช่วงนั้น A7x, As I Lay Dying, Shadows Fall คราวนี้ แบงค์คนก่อตั้งวงไม่มาซ้อม 2-3 ครั้ง บอกว่ามาไม่ได้แล้ว ติดอะไรสักอย่างเราก็โอเค แต่ที่พีคมากๆ คือ เจต ดันไปรู้จักกับเพื่อนโรงเรียนเก่าของเขา ก็บอกว่า ไอ้แบงค์มันเล่นกีตาร์ไม่เป็น (หัวเราะ) งานแรกที่เราเล่นก็เป็นงานมหา’ลัย เล่นที่คณะศิลปกรรม นั่นแหละ จากนั้นเราก็ค่อยออกไปเล่นตามงาน อันเดอร์กราวนด์ต่างๆ เรื่องชื่อวงก็ฮา ตอนแรกเราใช้ชื่อวงว่า Tragedy Of Beautiful แต่คำว่า Of Beautiful มันใช้ไม่ได้ มันผิดไวยากรณ์ มันต้องเป็น Of Beauty มันฟังดูเหมือนพวกร้านเสริมสวยไปหน่อย (หัวเราะ) ก็ตัด เอาคำว่า Murder เข้ามาใส่ให้ดูโหดๆ
พักวง ครั้งแรก และการเปลี่ยนแปลงของวง
TOM : ช่วงที่เราเริ้มทำผลงาน เริ่มเล่นเยอะๆ เราก็มาเล่นพวก Deathcore กัน มันเป็นช่วงบูมของพวกแนวๆ นี่ Suicide Silence, White Chapel, Carnifex เพราะดนตรีมันโดน แล้วเสียงของเจตก็เหมาะกับแนวนี้ มีกดต่ำ มี แผดสูง คราวนี้พอเล่นไปสักพัก ต้องบอกว่าจริงๆ ช่วงนั้นวงการเมทัลโลก เริ่มจะดาวน์ๆ แต่วงสาย Deathcore ก็ยังพอมีเยอะอยู่ พอทำไปได้สักพัก มันก็มีปัญหา คือมันมีความเริ่มหมด Passion เริ่มเปื่อยๆ เริ่มไม่ทำเพลงกันแล้ว ก็มาคุยกันว่าจะเอายังไง ยุบวงมั๊ย ก็พักไปแล้ว จริงๆ เราก็ลองเปลี่ยนแนวนะ ตอนนั้นพวก Electronic Post Hard Core กำลังมา เราก็ไปลองทำแล้ว มันไม่ได้จริงๆ เลยกลับมาอีกทีก็ทำแบบเดิมนี่แหละ

ทัศนคติ อันเดอร์กราวนด์
TOM : ช่วงเราฟังเมทัลใหม่ๆ ตอนเด็กๆ เราก็จะมองว่าเพลงที่เป็นเพลงดังๆ บนดิน มันเบา เป็นเพลงตลาด ซึ่งเราคิดว่าไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไร มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ ต้องมีอะไรแบบนี้ คือพวกเราก็จะมีอีโก้ของเรา แต่พอพวกเราเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เราเปิดใจ เราเริ่มเข้าใจบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน เราต้องแยกให้ออกระหว่างนักดนตรีที่เล่นเลี้ยงชีพ กับนักดนตรีที่เล่นเป็นงานอดิเรก มันคนละแบบนะครับ การอยู่ค่ายใหญ่ๆ มันต้องมีกฎ เขาต้องทำการตลาดให้ตัวเพลงมันขายได้ เราเข้าใจในจุดนั้น ทุกวันนี้พวกเราไม่ได้รู้สึกแอนตี้อีกเลย เราเข้าใจความเป็นไปในบทบาทของแต่ละคน
Headbangkok เพื่อนรัก นักเพลงสายหนัก
เจต : เด็กๆ ผมเป็นคนชอบอ่านนิตยสารอยู่แล้วที่เกี่ยวกับดนตรี เราก็เก็บความรู้ ผมชอบอ่านพวกรีวิวอัลบั้ม แล้วผมก็อยากจะเขียนรีวิวบ้างตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้ว จนผู้ร่วมก่อตั้งอีกคน อย่างชาลี เขาอยากทำเป็น Blog เป็นเว็ปไซด์ เกี่ยวกับร็อค เมทัล เราก็เอาสิ ทำด้วย จำได้เลยว่ารีวิว แรกของผมคือ รีวิวอัลบั้ม The Devil Wears Prada เราก็เขียนมาเรื่อยๆ จนหลังค่ายเพลงส่งเพลงมาให้เราก็กลายเป็นสื่อโดยที่ไม่รู้ตัว ทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีรายได้นะ แต่ก็เป็น Passion ที่เราอยากผลักดันดนตรีเมทัล อยากผลักดัน ให้วงที่ไม่มีพื้นที่ได้มีพื้นที่ในการออกผลงานกันบ้าง ผมก็อยากให้ทุกคนซัพพอร์ตวงการนี้กันต่อไป
อีกด้านของความมืด
เจต : เห็นผมแหกปากร้องโหดๆ แบบนี้ แต่วงโปรดผมนี่คือ Oasis นะครับ (หัวเราะ) ผมคลั่งมากซื้อเก็บทุกอัลบั้ม ทุกผลงานเลย
นัน : ผมชอบนักร้องญี่ปุ่นนะ อย่าง Utada Hikaru ผมก็ฟังบ่อยเหมือนกัน
เบส : ผมจะชอบนักร้องผู้หญิงญี่ปุ่นชื่อ LISA คนนี้จะเป็นสายนักร้องเพลงการ์ตูนญี่ปุ่นครับ
บอส : ผมชอบ 30 Seconds To Mars ผมว่าดนตรีเขาล้ำมาก ส่วนวงไทยต้อง Clash เท่านั้นครับ (หัวเราะ)
จุดมุ่งหมายของวง
TOM : ตอนนี้โมเดลในการทำงานของเราคือวง Annalynn จากที่สัมผัสพวกเขามากว่าที่พวกเขาจะมายืนในจุดที่ไปเล่นต่างประเทศ มีแฟนเพลงต่างประเทศพวกเขาทำงานกันหนักมาก เราเอาทัศนคติดีๆ ของพวกเขามาปรับใช้กับวงเรา ทำงานให้หนักวางแผนให้มีระเบียบมากขึ้น คือพอเราลงมือทำจริงจังมันเกิดผลจริงๆ มีงานเข้ามา ภาพวงก็ดูโตขึ้น เป้าหมายของเราก็ยังอยากไปเล่นต่างประเทศ อย่างแถวๆ เพื่อนบ้านเราอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะเหมาะกับวงเราก็อยากจะลองไปดูสักครั้ง ก็ติดตามพวกเราได้ที่แฟนเพจของพวกเรานะครับ
Tragedy Of Murder Is
เจต : ร้องนำ
นัน : กีตาร์
เบสต์ : กีตาร์
บอส : กีตาร์
เบสต์ : เบส



































