นักร้อง-นักแสดงสาวสวยขวัญใจใครหลายๆ คน ต้องบอกว่าหลายคนโตมากับเพลงของเธอ รวมถึงบทบาทการแสดงยอดฮิตจนวันนึง อยู่ๆ เธอก็เฟดจากวงการดนตรี วงการบันเทิงไปเงียบๆ แล้วก็กลับมาแบบเงียบๆ เช่นเดียวกัน นักร้อง นักแสดงผู้มีความสามารถคนนี้ กลับมาพร้อมกับผลงานเพลงใหม่ เรามาดูเรื่องราวของเธอกันดีกว่า…พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร

6 ปี และการกลับมาด้วยเพลง “เก็บซ่อน”
พั้นช์ : พั้นช์มีเพลงใหม่ในรอบ 6 ปี ชื่อเพลง เก็บซ่อน เราหายไป 6 ปี ก็อยากจะมีเพลงสักเพลงนึงที่เป็นลายเซ็นแบบของพั้นช์ ให้คนหายคิดถึง ซึ่งก็คงไม่พ้นเพลงช้า ซึ่งก็ได้พี่เวสป้า มาแต่งให้ ตอนแรกพี่เขาเอามาให้เราหลายเพลง แต่พั้นช์ชอบเพลงนี้ ซึ่งพอเข้าห้องอัดก็ต้องรื้อวิชานิดหน่อย ก็อัดตั้งแต่ 1 ทุ่มถึงเที่ยงคืน นานนิดนึง (หัวเราะ) เนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับ การเก็บซ่อนความรู้สึกเสียใจไว้ เป็นผู้หญิงคนนึงที่เห็นผู้ชายที่เรารักไปมีความสุขแต่ลึกๆ แล้วก็ไม่ได้มีความสุขหรอก แต่เราต้องเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ เราต้องยินดีกับเขา ซึ่งพอมันก็ระเบิดออกมา ก็ระเบิดออกมาด้วยการตะโกน การร้องไห้ เพลงก็จะดาร์กๆ หน่อย ส่วนที่เลือกทำกับ Khaosan (ข้าวสาร) Entertainment จริงๆ ต้องบอกว่ามันเริ่มจากที่พั้นช์จะทำเพลงกับพี่เวสป้าก่อน ตอนแรกจะปล่อยกันเองพอดี ผู้ใหญ่ทางพั้นช์กับผู้ใหญ่ทาง Khaosan ได้เจอกันแล้วก็เอาเพลงที่เสร็จเรียบร้อยแล้วเนี่ยไปให้ผู้ใหญ่ทาง Khaosan ฟัง แล้วเขาชอบก็อยากทำงานด้วย เราก็เออ ดี!! ไม่ต้องทำเอง (ยิ้ม) ก็เลยได้ร่วมงานกัน พอเรามีโอกาสได้ทำเพลงอีกครั้งเราก็โอเคนะ เพราะเราก็หายจากการร้องเพลงไปนาน แฟนๆ ก็ทวงถามตลอด แล้วยุคนี้ก็ง่ายมากขึ้นด้วย เลยตัดสินใจทำเพลงออกมา
พั้นช์ อดีตนักร้องโปรเกรสซีฟร็อคสู่เมนสตรีม
พั้นช์ : สมัยก่อนบ้านพั้นช์เนี่ยจะเป็นนักดนตรีกันทั้งบ้าน ก็จะเป็นญาติๆ กันหมด ตอนนั้นพั้นช์อยู่ประมาณ ม.4 ก็มีพี่ๆ มาชวนประกวดดนตรีชื่อวง Format เป็นเด็กบ้านสมเด็จฯ คือพั้นช์ก็จะเป็นญาติกับมือกลองในวง เขาอยากได้นักร้องหญิงประกวด ก็ขอให้พั้นช์ไปร้อง ซึ่งเพลงประกวดก็เป็นเพลงพวกเพลงร็อคๆ ส่วนเยอะๆ โปรเกรสซีฟเนื้อร้อง 4 หน้ากระดาษ (หัวเราะ) พั้นช์ก็ท่องเนื้อทุกวัน ตอนแรกจะไม่เอาแล้วเกรงใจพี่ๆ กดดันด้วย (หัวเราะ) แต่เขาบอกรอได้ อ่ะรอก็รอ (หัวเราะ) ก็ซ้อมทุกวันจนไปประกวด งาน Nescafe ซึ่งตอนนั้นเข้ารอบ ถ้าจำไม่ผิด แต่ไม่ได้ชนะเลิศ คราวนี้ งานนั้น พี่ต้น สุวัชชัย สุทธิรัตน์ แกไปดูด้วย ตอนนั้นแกกำลังเริ่มๆ ทำงานแกรมมี่ พออีกงานเป็นงาน Yamaha พี่ต้นก็ไปอีก แล้วแกก็คุยกับแฟนแกบอกว่าเด็กคนนี้น่าสนใจ พอดีแม่พั้นช์อยู่ข้างหลัง ได้ยินก็เลยแนะนำตัวว่านี่เป็นคุณแม่นะ (หัวเราะ) ก็เลยได้คุยกัน พี่ต้นก็บอกว่างั้นให้เราประกวด ทำอะไรให้เสร็จค่อยไปคุยกัน ซึ่งตอนนั้นวง Format ก็ชนะ Yamaha เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดต่างประเทศ หลังจากไปประกวดพั้นช์ก็เลยไปคุยกับพี่ต้น สุวัชชัย อีกที ซึ่งจริงๆ ถ้าวันนั้นพี่ต้นไม่ไป พั้นช์ก็คงประกวด หรือไม่ก็เล่นตามงานจ้างกับที่บ้านไปเรื่อยๆ นั่นแหละ เพราะเมื่อก่อนการเป็นนักร้องออกอัลบั้มมันดูห่างไกลกับเรามาก

ก้าวแรกสู่ “ศิลปิน”
พั้นช์ : ตอนแรกเราเข้าไปก็เซ็นสัญญาเป็นศิลปินฝึกหัดอยู่ 4 ปี ก็เข้าออกตึกแกรมมี่ตั้งแต่ ม.4 พอปีที่ 5 ก็คิดว่าจะไม่ได้ออกแล้ว ทางแกรมมี่ก็ให้ออกมา 1 เพลงเป็น Single แรก “คำขอร้อง” ตอนนั้นพั้นช์ยังรับงานจ้างกับที่บ้านอยู่เลยนะ จนแกรมมี่เขาบอกไม่ได้นะ ก็เลยเลิกรับงานจ้าง (หัวเราะ) ที่บ้านพั้นช์ก็ตื่นเต้นนะ ดีใจที่คนในตระกูลได้มีผลงาน ออกโทรทัศน์เขาจะตื่นเต้นกันมากๆ ซึ่งชีวิตพั้นช์ก็เปลี่ยน เพลงของพั้นช์จะเริ่มจากต่างจังหวัดแล้วค่อยเข้ามาในเมือง ก็ต้องขึ้นเหนือล่องใต้ จนแอดมิดเลย (หัวเราะ) ช่วงอัลบั้มแรก อัลบั้มที่ 2 ทำงานหนักมาก คราวนี้พอเราได้ทำงานมากขึ้น เราก็เริ่มมีงานนอกจากเพลงเข้ามาเป็นงานละคร เพราะทางผู้จัดเขาเห็นว่าพั้นช์ เล่น MV เองทุกตัว ก็เลยมาทาบทาม ซึ่งพั้นช์ไม่เคยคิดจะเล่นละครเลยนะ จนพี่ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ เขาติดต่อให้ไปเล่น ทัดดาว บุษยา ทางช่อง 3 ตอนแรก พั้นช์ ตอบปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โทรมาอีก จนเรารู้สึกเกรงใจ เหมือนพี่เขาจะรอเราก็เลยตอบตกลง จนกลายเป็นวลี “เจ้าฮะ” นั่นเอง (หัวเราะ) จริงๆ ตอนนั้น พั้นช์ไม่ได้กดดันอะไรแล้วเพราะตั้งแต่แรกมันก็ไกลเกินฝันไปเยอะ จากตอนประกวดพั้นช์คิดแค่ว่าทำยังไงไม่ให้พี่ๆ เขามาบอกว่าทำได้ไม่ดี ไม่ให้โดนด่าก็พอ (หัวเราะ) จนออกอัลบั้ม เล่นละครมันเกินสิ่งที่หวังไปมากจริงๆ เพราะฉะนั้นพั้นช์รู้อยู่แล้วว่าวันนึงกระแสมันจะตก พอมันเกิดขึ้นพั้นช์ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะทุกอย่างสำหรับพั้นช์มันเกินมาเยอะแล้วจริงๆ ก็เลยไม่นอย เลยเฟดไปได้แบบชิลๆ (หัวเราะ)

พันช์ละพล
พั้นช์ : เพลงตาแดงๆ ตอนนั้นพั้นช์กับพี่พล เคยไปเล่นคอนเสิร์ตเดียวกัน ก็ไปร้องเพลงคู่กับพี่พลเพลงนึง ตอนนั้นพี่พลกำลังจะมีอัลบั้ม “พลพล คนกันเอง” ซึ่งจะมีนักร้องมาร้องด้วยหลายคน ทางค่ายพี่พล เห็นก็เลยจับมาร้องคู่กันในเพลง “ตาแดงๆ” เพลงนี้ทำงานแบบสบายๆ ง่ายๆ แล้วคนก็ชอบเยอะมาก ก็เลยได้งานคู่เพิ่มด้วย (ยิ้ม)
เพลงพิเศษของพั้นช์
พั้นช์ : จริงๆ อัลบั้มชุดแรกของพั้นช์ทั้งหมด เป็นเรื่องราวของพั้นช์เองทั้งหมดเลย พี่ทีมเพลงคุยกับพั้นช์ว่าชีวิตมันเป็นยังไง ครอบครัว เพื่อน เป็นยังไงแล้วก็เอามาแต่งเป็นเพลงของพั้นช์ อย่างบ้านพั้นช์อยู่ในซอย เขาก็เอามาแต่งเป็นเพลง “ฉันกลัว (เธอรับไม่ได้)” ตรงเนื้อที่เป็น “ส่งฉันปากซอยดีกว่า ส่งกันแค่นี้” อย่างเพลงเราคงต้องเป็นแฟนกัน ก็เกิดจากที่เรานั่งเรือข้ามฝากทุกวันไปเรียนอะไรแบบนี้ บรรยากาศมันเป็นแบบนั้นใน MV มันเป็นไดอารี่ชีวิตของพั้นช์เลย แต่เพลงที่พิเศษมากๆ คือ “ไม่รัก…ช่างปะไร” เป็นเพลงที่พั้นช์แต่งเองพอเราเอาไปเสนอผู้ใหญ่แล้วเขาให้อยู่ในอัลบั้ม มันแฮปปี้มากๆ ได้เซ็นว่าเป็นผู้ประพันธ์เพลงมันตื่นเต้นมากๆ นะ จนเว้นไปอัลบั้มที่ 4 ก็มีอีกเพลงนึง
ดนตรีกับพั้นช์
พั้นช์ : พั้นช์ไม่เคยเบื่อดนตรีเลยนะ พั้นช์ซึมซับไปแล้ว เรามีความสุขที่ได้ยินเสียงเพลง อย่างเวลาเรากินข้าวเงียบๆ มันก็จะหงอยๆ แต่ถ้ามีเพลงสักหน่อย ก็จะรู้สึกแฮปปี้มาก ก็รู้สึกว่าเรารักสิ่งนี้ เลยไม่เคยเบื่อกับเรื่องดนตรีเลย



































