จั่วหัวเรื่องมาแบบนี้ หลายคนคงคิดไกลไปถึงเรื่องส่วนตัวโน่นนี่นั่นของนักดนตรีทั้งหลาย ซึ่งไม่ได้หมายถึงเรื่องปัจเจกเหล่านั้นครับ แต่หมายถึงอาการที่เป็นอุปสรรคของการเป็นนักดนตรี หรืออุปสรรคในการเล่นนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าเหล่านักเปียโน เครื่องสายต่างๆ หรือแม้แต่เครื่องเป่าที่ผมรู้จักก็มีอาการไม่พึงประสงค์เหล่านั้น บางคนก็แก้ไขได้ บางคนก็แก้ไขให้เหมือนเดิมไม่เต็ม 100% ก็มี อาการเหล่านั้นมันคืออะไร แล้วทำไมถึงเป็นอุปสรรคได้

นักเปียโน หรือนักเครื่องสายต่างๆ ล้วนใช้นิ้วทั้งซ้ายและขวาในการบรรเลงบทเพลง บางคนนิ้วที่เคยใช้งานคล่องแคล่ว วันดีคืนดีอาจเกิดอาการบางอย่างที่ทำให้สูญเสียหรือบั่นทอนความคล่องแคล่วนั้นลงไปได้ ดังเช่นนักเปียโนท่านนึงมีอาการที่เรียกกันว่า “นิ้วล้อค” เป็นที่นิ้วมือข้างขวา ถึงจะเป็นแค่นิ้วเดียวก็ทำ ให้กังวลใจในการเล่นได้มากพอควร อาการที่ว่าคือถ้ากดลิ่มเปียโนลงไปแล้ว นิ้วจะงอค้างอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถยกให้ตรงได้ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อความคล่องในการเล่นมากพอควรเลยทีเดียว จนต้องไปทำกายภาพบำบัดเพื่อให้สามารถยกนิ้วนั้นในเวลาเล่นเปียโนได้ ซึ่งท่านก็ไม่ยอมผ่าตัดเพื่อแก้อาการนี้ เพราะไม่มีใครรับรองได้ว่าจะกลับมาเล่นเป็นปกติได้หรือไม่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในยุคนั้น
หรืออย่างลูกศิษย์ที่เล่นเบสบางคนเป็นที่นิ้วที่ใช้ดีดเบสข้างขวา อาการก็คือเมื่อดีดสายเบสแล้วนิ้วก็งออยู่อย่างนั้นเช่นกัน ไม่สามารถยกขึ้นมาได้ และมีอาการปวดอย่างชัดเจนในขณะนั้น ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการฝึกและการเล่นกับวงเป็นอย่างมาก ทางแก้ที่สามารถใช้แก้ปัญหาได้ก็คือต้องหาวิธีใหม่ในการใช้มือขวา บางคนก็ถือโอกาสฝึกดีดด้วยปิ้คไปเลย และไม่กลับมาใช้นิ้วดีดอีก แต่สำหรับบางวงที่แนวเพลงค่อนข้างเด่นในการดีดด้วยนิ้ว ก็พยายามแก้ด้วยการใช้เทคนิคอื่นๆ เช่นหันมาลองฝึกดีดด้วยนิ้วโป้งผนวกกับเทคนิคที่เรียกว่า Palm Mute แต่ก็แอบกังวลว่าถ้าใช้นิ้วโป้งไปนานๆ มันจะทำให้นิ้วโป้งล้อคตามไปด้วยหรือไม่ คนนี้เป็นที่นิ้วกลาง ก็เลยให้ลองใช้นิ้วนางเข้ามาแทนที่ในบางเวลา เพราะการเล่นด้วยปิ้คยังไม่ตอบโจทย์ลักษณะเพลงที่เล่นอยู่ในปัจจุบัน
อีกคนหนึ่งมีปัญหาที่นิ้วมือข้างซ้ายที่ใช้กด Fretboard อาการก็ดังเดิมคือกดลงไปแล้ว ไม่สามารถยกขึ้นมาเพื่อกดช่องอื่นต่อไปได้ ไปกายภาพบำบัดก็เหมือนจะช่วยได้บ้างบางครั้ง แต่ก็ยังกลับมาล้อคได้อีกเป็นระยะๆ ช่วงที่อาการเป็นเยอะ ก็พยายามให้เล่นแบบไม่ต้องสนใจรูปมือ คือให้ใช้การจับคอเบสแบบกำหลวมๆ แล้วเล่น Rhythm ไปตามฟีลเพลง ไม่ต้องเน้นรูปมือ แต่ก็ยังมีอาการเผลอใช้รูปมือแบบที่เคยชินเคยฝึกมาบ้าง อันนี้ก็เสียวๆ เรื่องผ่าอยู่เช่นกันว่ามันจะสามารถกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนมีอาการได้หรือไม่ คุณหมอก็ไม่ฟันธงอีกเช่นเดิม
บางคนถ้าไม่อยู่ในสภาพตอนเล่นดนตรี นิ้วก็ทำอะไรๆ ได้ตามปกติ แต่ถ้าจับเครื่องดนตรีเมื่อไหร่จะเกิดอาการทันที แบบนี้ก็ไม่เรียกอาการนิ้วล้อคปกติ แต่เป็นอาการที่เรียกว่า “Musician Dystonia” ซึ่งไม่สามารถใช้นิ้วนั้นๆ ทำอะไรซ้ำๆ ได้ เช่นการดีดเบสหรือกดลิ่มเปียโน เป็นต้น เหมือนจะเป็นอาการจากสมองสั่งการไปยังเส้นประสาทแล้วเกิดการขัดข้องบางประการ เป็นเฉพาะเวลาเล่นดนตรีเท่านั้น จึงเรียกว่าเป็นอาการของเหล่านักดนตรีโดยเฉพาะ ยังไม่เห็นการหายขาดจากอาการนี้แต่อย่างใด ได้แต่ปรับวิธีการเล่นโดยหยุดใช้นิ้วที่มีปัญหาไปเลย แต่ก็ยังสามารถเล่นได้ เพียงแค่ใช้เวลาในการฝึกนิ้วที่มาแทนอย่างทรหดอดทนอย่างยิ่งยวด
บางคนก็ไม่นึกว่าเครื่องเป่าก็สามารถมีปัญหาได้เหมือนกัน แต่เป็นปัญหาจากการทำฟันคือไปทำฟันมาด้วยวิธีการเติมฟันหน้าในส่วนที่แหว่งไปเล็กน้อย เจ้าตัวบ่นว่าทำไมโน้ตตัวนี้ทุกทีเคยเป่าได้ พอทำฟันมากลับทำไม่ได้ กว่าจะหาสาเหตุเจอก็เล่นเอาเจ้าตัวกังวลใจไปหลายคืน ต้องให้หมอฟันเจียที่เติมมาให้เท่าของเดิมก่อนที่จะแหว่งไป
ปัญหาต่างๆ บางทีแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด เช่น ผมเคยดูคลิปหมอที่ฉีดยาชาเข้าไปในนิ้วที่ล้อคของคนไข้ แล้วใช้อุปกรณ์เข้าไปแคะเขี่ยจุดที่คาดว่ามีปัญหา หลังจากใช้เวลาไม่กี่นาทีหมอสั่งให้คนไข้ลองกระดิกนิ้วนั้น ก็สามารถกระดิกได้ จากที่ก่อนทำนั้นงอแล้วงอเลย กระดิกไม่ได้ แต่สำหรับนักดนตรี มันมีอะไรที่มากกว่าการกระดิกนิ้วได้ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่ากลับมาเล่นได้เหมือนเดิมแน่นอน ก็ยังไม่มีนักดนตรีคนไหนอยากเสี่ยง (ซึ่งแพทย์ที่ไหนจะกล้ารับรอง 100% ขนาดนั้น) ดังนั้นการแก้ปัญหาทางสรีระของนักดนตรีจึงอาจเลือกการเปลี่ยนวิธีเล่น หรือทำอะไรก็ได้ที่จะช่วยบรรเทาหรือทำให้ผ่านอุปสรรคนั้นๆ ไปให้ได้ ซึ่งคนที่ทำแล้วประสบผลสำเร็จก็มีให้เห็นอยู่ในวงการปัจจุบัน บางคนก็ประคับประคองเพื่อให้สามารถใช้ความสามารถด้านดนตรีเป็นอาชีพได้อยู่ในทุกวันนี้ การใช้สรีระของนักดนตรีจึงถือว่าต้องให้ความเอาใจใส่และหมั่นสังเกตเมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะส่วนที่เราใช้บรรเลงเครื่องดนตรีทุกวันๆ ลองสังเกตตัวเราดูว่ามีอะไรแปลกๆ ในการบรรเลงบ้างไหมหนอ…..





































